ทำไมมาตรา 6.8 ของความตกลงปารีสจึงเป็นพื้นที่แห่งความหวัง?

เรียบเรียงจาก https://www.greenpeace.org/static/planet4-international-stateless/2023/12/c610d444-20231130_match-makingcommunity-ledclimateaction_ds_small.pdf มนุษยชาติกําลังเปลี่ยนแปลงชีวมณฑลและทําลายความหลากหลายทางชีวภาพในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เส้นทางที่ประเทศต่างๆ กําลังมุ่งไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส (PA) กรอบความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (GBF) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอื่นๆ (SDGs) นั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เลขาธิการสหประชาชาติใช้คำว่า “Unhinged” อธิบายการขาดการตอบสนองที่เพียงพอต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แม้จะมีคําเตือนหลายทศวรรษ แต่วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่องและผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศที่เด่นชัดกําลังก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานและความวุ่นวายทั่วโลก เราสูญเสียโอกาสไปหลายปีแล้ว และความจําเป็นในการมี “ทิศทางที่ถูกต้อง” อย่างเร่งด่วน การพลิกผันของแนวทางที่เป็นไปตามปกติ (business-as-usual) ไม่เคยมีความสําคัญเท่านี้มาก่อน ในทํานองเดียวกัน ผู้ปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อมแนวหน้าและกลุ่มชนพื้นเมืองถูกทําให้เป็นอาชญากรและอยู่ภายใต้ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พวกเขาพยายามปกป้องบ้านเกิดของตนและโลกโดยรวม วิกฤตการณ์หลายอย่างเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก โลกเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “สารพัดวิกฤต (Polycrisis)” หน่วยงานของสหประชาชาติที่รับผิดชอบในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และผู้เชี่ยวชาญหลายคนรับรู้ถึงช่องว่างใหญ่ในคํามั่นสัญญาในปัจจุบันโดยประเทศต่างๆ ที่รู้จักกันในชื่อ “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions (NDCs) ในขณะที่เราสรุป Global Stocktake (GST) ครั้งแรกของความตกลงปารีสที่ COP28 ในดูไบ เป็นที่ชัดเจนว่าต้องทํามากขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน และเพื่อสนับสนุนการทํางานร่วมกันเพื่อสร้างความสามารถในการฟื้นฟูและการปรับตัวตามระบบนิเวศ การเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนในระบบนิเวศ และการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อดำเนินการอย่างครอบคลุม ความเป็นธรรมทางสังคม และบนรากฐานของสิทธิ อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกในการสนับสนุนความทะเยอทะยานที่เพิ่มขึ้นโดยตรงผ่านกลไก […]

ปฏิบัติการกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่นําโดยชุมชน : วิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างประเทศที่ไปพ้นจากกลไกตลาดคาร์บอน

เรียบเรียงจาก https://www.greenpeace.org/static/planet4-international-stateless/2023/12/c610d444-20231130_match-makingcommunity-ledclimateaction_ds_small.pdf ประเด็นหลัก วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและวิกฤตสภาพภูมิอากาศกําลังสร้างความโกลาหลทั่วโลก ประเทศภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ควรต้องรับรองว่าพวกเขามีบทบาทสําคัญในการจัดการกับวิกฤตที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้ แต่ที่ผ่านมายังคืบหน้าไปไม่มาก ภายใต้กรอบความตกลงปารีส UNFCCC กําหนดเป้าหมายระดับโลกที่ควรบรรลุโดยคํามั่นสัญญาของแต่ละประเทศที่เรียกว่า “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions-NDCs)” แต่ผลรวมของคํามั่นสัญญาเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อการดําเนินการที่จําเป็นเพื่อจํากัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5 °C โดยการพิจารณาส่วนหนึ่งของความตกลงปารีส พบว่า มาตรา 6.8 นั้นมีศักยภาพหากมีเจตจํานงทางการเมือง เพื่อแก้ไขแนวปฏิบัติด้านสภาพภูมิอากาศผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) และกลไกเชิงสถาบันต่างๆ ที่ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน มาตรา 6.8 ของความตกลงปารีสมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริม “แนวทางที่ไม่ใช่ตลาดแบบบูรณาการ แบบองค์รวม และสมดุล” ในการดําเนินการตาม NDCs โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มทั้ง “ความทะเยอทะยานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว” แต่มีวัตถุประสงค์เพิ่มเติมโดย “การประสานงานข้ามเครื่องมือและการจัดเตรียมเชิงสถาบันที่เกี่ยวข้อง” – ส่งเสริมความเชื่อมโยงกับอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD)และพิธีสารและความคิดริเริ่มระหว่างประเทศอื่นๆ ที่พยายามปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาที่ยั่งยืนในวงกว้างมากขึ้น จนถึงขณะนี้ การทำงานภายใต้มาตรา 6.8 ถูกขัดขวางโดยความพยายามของบางประเทศในการจํากัดความคืบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มประเทศภาคีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกลับหันมาสนใจมาตรการตลาดคาร์บอน […]

หนังสือออกใหม่และน่าอ่าน ว่าด้วยวิกฤตโลกเดือดก่อนการประชุมสุดยอดด้านภูมิอากาศ COP29

เรียบเรียงจาก : Pilita Clark “The best new books on climate ahead of COP29 https://www.ft.com/content/b8fb5e6f-ff28-47ce-b6b1-a8a91b94eb85 via @ft” ในอีกไม่กี่สัปดาห์ การประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศประจําปีของสหประชาชาติหรือ COP ในปี 2567 นี้ จะจัดขึ้นในบากู เมืองหลวงชายฝั่งของอาเซอร์ไบจาน และหากคุณต้องการเข้าใจว่าการทูตด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศทํางานอย่างไร เหตุใดจึงยังต่อกรเพื่อกู้วิกฤตโลกเดือด และจริงๆ จะต้องทำอย่างไรหนังสือออกใหม่นี้อาจมีคําตอบ Todd Stern ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงโลกอาณาจักรของการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศในหนังสือ Landing the Paris Climate Agreement: How it Happened, Why it Matters and What Comes Next (MIT Press) ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศในยุค ปธน.บารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ Todd Stern ใช้เวลาหลายปี ณ […]

ปี 2564 – จะกอบกู้หรือเร่งเร้าวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

Covid-19 และวิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน ทางออกของความท้าทายนี้ เราต้องต่อกรกับรากเหง้าของมัน นั่นคือ ระบบเศรษฐกิจที่กำลังทำลายโลกใบนี้ ปี 2563 ที่ผ่านมา จะเป็นปีที่ถูกจดจำสำหรับหลายๆ สิ่ง และขอบอกตามตรงว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องแย่ๆ แต่ท่ามกลางความทุกข์ยาก ก็มีเรื่องดีๆ อยู่บ้าง ปี 2563 อาจเป็นครั้งแรกของความทรงจำที่มีชีวิตของเรา เมื่อรัฐบาลบางประเทศทั่วโลกลงมืออย่างแข็งขันเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ(สาธารณสุขและสุขภาวะ) ให้อยู่เหนือผลกำไรส่วนตัว สำหรับโลกที่ถูกครอบงำด้วยตรรกะของระบบทุนนิยม นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะเล็กๆ อาจกล่าวได้ว่า มันเป็นการรับมือเพียงครั้งเดียวต่อการระบาดของโรคครั้งเดียว แต่เราเข้าใจผิด ทั้งในแง่ธรรมชาติของ COVID-19 และทุนนิยมโลก หากคุณหวังว่า เราจะละทิ้งการตัดสินใจทางการเมืองที่มีชีวิตหรือความตายไว้ข้างหลังในปี 2563 อยากจะบอกว่าเราต้องผิดหวัง เนื่องจากในปี 2564 เดิมพันเหล่านี้ยิ่งสูงขึ้น ประการแรก ในบางบริบท ก่อนที่ Covid -19 กลายเป็นประเด็นทั่วโลก ความท้าทายหลักของมนุษยชาติก็ชัดเจนนั่นคือ ระบบเศรษฐกิจของเราที่มีฐานอยู่บนเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ผลักดันให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอยู่เหนือพื้นที่ปลอดภัยซึ่งคุกคามรากฐานต่างๆ ที่อารยธรรมมนุษย์ต้องพึ่งพา หากปราศจาก “การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว กว้างไกล และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในทุกด้านของสังคม” เราอยู่บนเส้นทางของการเผชิญกับความเสียหายที่ร้ายแรงและไม่สามารถย้อนกลับที่มีต่อสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศวิทยาของเราและจุดจบแห่งชีวิตที่เรารู้กัน การตระหนักถึงความเป็นจริงอันแจ่มแจ้งนี้ ในปี 2558 ผู้นำโลกได้ลงนามในความตกลงปารีสเพื่อมุ่งจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings