Taragraphies — Header Component

การผลักดันพลังงานนิวเคลียร์ครั้งใหม่ กำลังนำความเสี่ยงเดิมกลับมา — และมากกว่าที่เคย

เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์และคีร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ลงนามในข้อตกลงเพื่อเร่งขยายพลังงานนิวเคลียร์ในสหราชอาณาจักร ราคาหุ้นพลังงานนิวเคลียร์ก็พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่กระแสคึกคะนองนี้กลับเพิกเฉยต่อหลักฐานมากมายที่ชี้ชัดว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในสหรัฐฯ เพียงสองหน่วยที่สร้างขึ้นในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา คือ Vogtle หน่วยที่ 3 และ 4 มีต้นทุนรวมกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้กลายเป็นไฟฟ้าที่แพงที่สุดในโลก ค่าใช้จ่ายบานปลายมหาศาลยังทำให้โครงการ NuScale ซึ่งเป็นความพยายามเดียวของสหรัฐฯ ในการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กเชิงพาณิชย์ ต้องล้มเหลวเช่นกัน แม้เช่นนั้น ความคลั่งไคล้พลังงานนิวเคลียร์ก็ยังทวีความรุนแรงขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูง การกำกับดูแลนิวเคลียร์ที่อ่อนแอลง การส่งเสริมพลังงานนิวเคลียร์อย่างไม่รอบคอบ และการโจมตีพลังงานหมุนเวียนโดยรัฐบาลกลาง ได้ก่อให้เกิด “พายุสมบูรณ์แบบ” ที่ผลักดันกระแสขยายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อดีตผู้กำกับดูแลเตือนว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการกำกับพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (NRC) ถูกบ่อนทำลาย และพายุดังกล่าวอาจพาเราไปสู่หายนะ ความหลงตัวเองของวงการนิวเคลียร์ถึงขั้นที่ NASA ประกาศว่าจะติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์บนดวงจันทร์ภายในปี 2030 แต่ในเมื่อกลไกกำกับดูแลถูกยกเลิกไปแล้ว เราควรเป็นห่วงมากกว่ากับการป้องกันไม่ให้โลกกลายเป็น “ดวงจันทร์นิวเคลียร์” เสียเอง สัญญาณอันตรายประการหนึ่งคือการฟื้น “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซอมบี้” — การนำเครื่องปฏิกรณ์เก่าที่เลิกใช้แล้วกลับมาเดินเครื่องใหม่ แม้บางแห่งเคยถูกปิดเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย เช่น โรงไฟฟ้า Palisades ในรัฐมิชิแกน […]

ขณะนี้เหลือเวลาเพียง 89 วินาทีก่อนถึงเที่ยงคืน

เรียบเรียงจาก https://thebulletin.org/wp-content/uploads/2025/01/2025-Doomsday-Clock-Statement.pdf ในปี 2024 มนุษยชาติเข้าใกล้หายนะมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แนวโน้มที่คณะกรรมการวิทยาศาสตร์และความมั่นคงกังวลมาโดยตลอดยังคงดำเนินต่อไป และแม้จะมีสัญญาณเตือนชัดเจน ผู้นำประเทศต่างๆ และสังคมของพวกเขากลับล้มเหลวในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อเปลี่ยนทิศทาง ดังนั้นนาฬิกาวันสิ้นโลกจึงถูกปรับเข้าใกล้เที่ยงคืนจาก 90 วินาทีเป็น 89 วินาที นับเป็นช่วงเวลาที่ใกล้หายนะที่สุดเท่าที่เคยมีมา เราหวังอย่างยิ่งว่าผู้นำจะตระหนักถึงภาวะวิกฤตของโลกและดำเนินการอย่างกล้าหาญเพื่อลดภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ การใช้วิทยาศาสตร์ชีวภาพในทางที่ผิดและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น การขยับเข็มเข้าใกล้เที่ยงคืนแม้เพียงวินาทีเดียวเป็นสัญญาณเตือนที่รุนแรง เพราะโลกอยู่ใกล้ขอบเหวของหายนะแล้ว การเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยจึงเป็นคำเตือนที่ชัดเจนว่า ทุกวินาทีที่เราล่าช้าในการเปลี่ยนทิศทางจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของภัยพิบัติระดับโลก ในด้านความเสี่ยงนิวเคลียร์ สงครามในยูเครนที่ยืดเยื้อมาถึงปีที่สามยังคงเป็นเงาทะมึน เพราะอาจลุกลามกลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ได้ทุกเมื่อ ทั้งจากความประมาท อุบัติเหตุ หรือความเข้าใจผิด ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก็มีแนวโน้มบานปลายอย่างฉับพลันโดยไม่ทันตั้งตัว ประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ต่างเพิ่มจำนวนและบทบาทของคลังแสงนิวเคลียร์ พร้อมทุ่มงบมหาศาลเพื่อพัฒนาอาวุธที่สามารถทำลายอารยธรรมมนุษย์ กระบวนการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์พังทลาย ขณะที่การสื่อสารระหว่างประเทศมหาอำนาจยังห่างไกลจากระดับที่สถานการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ต้องการ ที่น่าเป็นห่วงคือ บางประเทศที่ยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์เริ่มพิจารณาพัฒนาเอง ซึ่งจะบ่อนทำลายความพยายามควบคุมการแพร่ขยายและเพิ่มความเสี่ยงต่อสงครามนิวเคลียร์ ผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงขึ้นในปีที่ผ่านมา ทั้งระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและอุณหภูมิผิวโลกที่ทำลายสถิติเก่า ปริมาณก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภัยพิบัติที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม พายุหมุนรุนแรง คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า เกิดขึ้นในทุกทวีป ขณะที่ความพยายามของโลกในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศยังมีแนวโน้มไม่ดี เนื่องจากรัฐบาลส่วนใหญ่ล้มเหลวในการออกนโยบายและจัดหาเงินทุนที่จำเป็น แม้พลังงานแสงอาทิตย์และลมจะเติบโตอย่างน่าประทับใจ แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะทำให้อุณหภูมิโลกคงที่ แคมเปญเลือกตั้งล่าสุดในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings