Taragraphies — Header Component

อุณหภูมิในยุคโลกเดือด

อุณหภูมิกระเปาะเปียก (Wet Bulb Temperature, WB) คือ อุณหภูมิของอากาศที่วัดได้ด้วยเทอร์โมมิเตอร์ที่กระเปาะถูกหุ้มด้วยผ้าเปียก เมื่อมีอากาศไหลผ่าน การวัดที่ถูกต้องควรจะวัดเมื่อลมผ่านกระเปาะเปียกด้วยความเร็วประมาณ 2 เมตรต่อวินาที เรากำลังเคลื่อนจากยุคโลกร้อนไปสู่ ​​”ยุคโลกเดือด” ในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะไม่ตรวจสอบแค่อุณหภูมิธรรมดาก่อนออกนอกบ้าน แต่จะตรวจสอบ “ดัชนีความร้อน(Heat Index)” หรืออุณหภูมิกระเปาะเปียก(WB) WB เป็นวิธีคิดใหม่เกี่ยวกับอุณหภูมิที่คำนึงปัจจัยในเรื่องความชื้น แม้อุณหภูมิอากาศเพียง 36°C หากความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 65% ขึ้นไป เราจะเข้าโซนอันตราย พื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกกำลังก้าวไปสู่ขีดจำกัดดังกล่าว WB แสดงถึงเกณฑ์ที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถระบายความร้อนได้อีกต่อไป สมองบวม อวัยวะหยุดทำงาน ไม่ใช่แค่อุณหภูมิ แต่เทียบเท่ากับการทำงานของมนุษย์จริงๆ โดยทั่วไปอุณหภูมิกระเปาะเปียก(WB)จะต่ำกว่าอุณหภูมิอากาศที่วัดโดยทั่วไป หากอุณหภูมิอากาศอยู่ที่ 40°C และมีความชื้น 50% WB จะต่ำกว่ามาก เนื่องจากความชื้นจะขัดขวางการทำงานของการระบายความร้อนของร่างกาย ดังนั้น ไม่เกี่ยวกับว่า “มันร้อนฉิบหาย” แต่เกี่ยวกับความสามารถของร่างกายเราในการอยู่รอด ขีดจำกัดของความสามารถในการอยู่รอดของมนุษย์นั้นต่ำกว่าที่เราเคยคิดไว้ การวิจัยใหม่ระบุว่าเกณฑ์ WB ของเราต่ำกว่า 35°C สถานที่เช่นรัฐแอริโซนา สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่โซนอันตรายในขณะนี้ […]

คลื่นความร้อนในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดือนเมษายน 2566 มาจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและส่งผลกระทบต่อชุมชนที่เปราะบางและด้อยโอกาส

ในบังกลาเทศ กรุงธากาเผชิญกับอุณหภูมิสูงสุดสูงสุดในรอบทศวรรษที่ 40.6°C เมื่อวันที่ 15 เมษายน ในอินเดีย เมืองทางตอนเหนือและตะวันออกหลายแห่งบันทึกอุณหภูมิสูงสุดที่สูงกว่า 44°C ในวันที่ 18 เมษายน ประเทศไทยบันทึกอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 45.4°C เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่จังหวัดตาก จังหวัดไซยะบุลีใน สปป.ลาว รายงาน 42.9°C เมื่อวันที่ 19 เมษายน เป็นสถิติอุณหภูมิแห่งชาติตลอดกาล เวียงจันทน์ เมืองหลวงของ สปป.ลาว บันทึกอุณหภูมิได้ 41.4°C ในวันที่ 15 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ร้อนที่สุดสำหรับเมืองหลวง วันเดียวกัน หลวงพระบาง สปป.ลาว รายงาน 42.7°C อุณหภูมิที่ร้อนจัดเหล่านี้บวกกับความชื้นทำให้เกิดโรคลมแดดเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ถนนละลาย และความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในทั้ง 4 ประเทศ เมื่อวันที่ 16 เมษายน เฉพาะในเมืองนาวี มุมไบ รัฐมหาราษฏระมีรายงานผู้เสียชีวิต 13 รายและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 50-60 รายเนื่องจากโรคลมแดด […]

ทำไมฤดูร้อนของไทยอากาศร้อนจนแทบอยู่ไม่ได้

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศจึงร้อนเป็นธรรมดา นี่เป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดินไปหน่อย และหากจะตอบว่าเป็นเพราะโลกร้อนขึ้นอาจจะเหมารวม (oversimplify) ไปนิด เรื่องนี้เราต้องพิจารณาในทางเวลาหลายระดับ อุณหภูมิรายวัน ในช่วงฤดูร้อนของไทย อุณหภูมิสูงสุดในแต่ละวันอาจทะลุไปมากกว่า 40 องศา ดังที่เราเคยประสบ ประเทศไทยเจออากาศร้อนสูงขึ้น 12 องศาเซลเซียส มากกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่ส่วนใหญ่ และมีการทำลายสถิติอุณหภูมิรายวันมากกว่า 50 ครั้ง จากข้อมูลที่ประมวลจากภาพถ่ายจากเครื่องมือบนดาวเทียม Terra ของ NASA แสดงค่าเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิพื้นผิวในไทยและอินเดียในเดือนเมษายน 2559 ข้อมูลที่บันทึกโดยกรมอุตนิยมวิทยาระหว่างปี 2494-2565 จังหวัดแม่ฮ่องสอนทุบสถิติอากาศร้อนสูงสุด 44.6 องศาเซลเซียสในวันที่ 28 เมษายน 2559 [1] แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกร้อนมากน้อย ไม่ใช่เป็นตัวเลขอุณหภูมิล้วนๆ แต่คือสิ่งที่เรียกว่า “ดัชนีความร้อน(Heat Index)” คิดจากอุณหภูมิอากาศ(Air Temperature) และเปอร์เซ็นต์ของความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity%) กล่าวง่ายๆ คือเป็นอุณหภูมิที่เรารู้สึกร้อนมากกว่าอุณหภูมิอากาศจริง ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเจออุณหภูมิ 44.6 องศาเซลเซียสในวันนั้นที่แม่ฮ่องสอน และมีความชื้นสัมพัทธ์ 15% เราจะรู้สึกร้อนประมาณนั้นซึ่งจริงๆ แล้วก็เกินระดับเฝ้าระวัง […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings