ต้นทุนจริงของถ่านหิน : รัสเซีย
อุตสาหกรรมถ่านหินของรัสเซียมีกำลังแรงงานถึง 200,000 คน และในปี 2549 ด้วยกำลังผลิตถ่านหินถึง 309 ล้านตัน การทำเหมืองถ่านหินอาจถือได้ว่าเป็นงานที่มีอันตรายสูงสุดในประเทศก็ว่าได้ ทว่า สถิติที่เป็นทางการเกี่ยวกับอุบัติเหตุและผลกระทบทางสุขภาพก็ไม่ได้หาได้ง่ายๆ เลย เหมืองถ่านหินในรัสเซียมีอันตรายและไม่ได้มีการลงทุนที่ดีพอตามมาตรฐาน ดังนั้น จึงมักเกิดอุบัติเหตุขึ้นเป็นประจำ และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายมนุษย์สูงอย่างน่าตกใจ ในปี 2546 เหมืองถ่านหินในเขตเคมิโรโวอิน(Kemerovoin) ทางตอนใต้ของไซบีเรียเกิดระเบิดขึ้น คร่าชีวิตคนไป 13 คน ในเดือนเมษายนของปีถัดไป คนงานอีก 45 คนเสียชีวิตในเหตุระเบิดในเหมืองแร่ในภูมิภาคเดียวกัน หนึ่งปีต่อมา คือในปี 2548 การระเบิดของก๊าซมีเทนทำให้มีผู้ต้องสังเวยชีวิตอีก 21 คน จากนั้นสองปีต่อมา ประเทศรัสเซียประสบกับหายนะจากอุตสาหกรรมเหมืองครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 60 ปี เมื่อคนงานเหมือนถ่านหินกว่า 110 คน ต้องจบชีวิตในเหตุระเบิดที่เหมืองถ่านหินอูลยาโนชายา(Ulyanovskaya) ไม่นานนักอุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลดนี้ ยังตามมาด้วยอุบัติเหตุอีกหนึ่งครั้งที่มีคนงานเสียชีวิตอีก 38 คน ข้อมูลจากรายงานแห่งชาติที่จัดทำในปี 2549 พบว่าสาธารณรัฐโคมิ (Komi Republic) ของรัสเซีย (ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตถ่านหิน) มีอัตราโรคที่เกิดขึ้นจากการประกอบอาชีพโดยรวมที่ร้อยละ 8.3 ต่อลูกจ้าง […]
ต้นทุนถ่านหิน : มลพิษที่มากกว่าธรรมดา
ในสหรัฐอเมริกา มลพิษทางอากาศพรากชีวิตผู้คน 30,000 คนในแต่ละปี จากการศึกษาในปี 2544 พบว่าผู้คนใน 14 เมืองจาก 20 เมืองที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย สูดอากาศเอามลพิษที่ทางรัฐบาลเห็นว่า “อันตราย” เข้าไป ในจีน โรคปอด (Pulmonary Disease) เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของผู้ใหญ่เป็นอันดับสอง ร้อยละ 13.9 จากทั้งหมด ไม่น่าแปลกใจเลยว่าหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคเหล่านั้นขึ้นก็คือถ่านหินหรืออนุภาคขนาดเล็กที่มาจากการเผาไหม้ถ่านหิน มลพิษทางอากาศ หรือเรียกได้อีกอย่างว่าฝุ่นละอองหรือเขม่า เป็นหนึ่งในผลผลิตอันตรายที่ได้จากการเผาไหม้ถ่านหิน ฝุ่นละอองหรือเขม่าซึ่งปล่อยออกมาโดยตรงจากปล่องควันอุตสาหกรรมหรือปล่อยออกมาทางอ้อมโดยการทำปฏิกิริยาของสารพิษ อาทิ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์กับอากาศ อนุภาคนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่าเส้นผมของคนถึง 40 เท่า และยังมีส่วนประกอบของซัลเฟต ไนเตรท แอมโมเนียม โซเดียมคลอไรด์ คาร์บอน และผงแร่ ฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้นอันตรายมากเป็นพิเศษเนื่องจากอนุภาคที่เล็กที่สุดนั้นสามารถถูกสูดลึกเข้าไปในปอดได้ และยังมีความเป็นไปได้ที่จะผ่านเข้าไปสู่กระแสเลือดได้อีกด้วย ฝุ่นละอองส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์โดยเป็นต้นเหตุของจำนวนที่มากขึ้นของอาการหัวใจวายเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือแม้กระทั่งการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ยิ่งไปกว่านั้นฝุ่นละอองขนาดเล็กยังสร้างความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน นอกจากสร้างปัญหาหมอกควันและวิสัยทัศน์แล้วยังมีสารพิษที่ฝุ่นละอองเหล่านั้นสามารถทำให้ดินสูญเสียธาตุ ทำให้น้ำเกิดการปนเปื้อน และยังสร้างความเสียหายให้แก่ป่าและพืชผลอีกด้วย ————– จาก ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ผู้คนและโลกต้องจ่ายให้กับเชืิ้อเพลิงที่สกปรกที่สุดในโลกอย่างไร จัดพิมพ์ภาษาไทยโดยกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะผู้เขียน: ดร.อีเรก้า เจอร์บาย, […]
ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ประสบการณ์ตรงจากทั่วโลก
เมื่อคำนวณต้นทุนจริงของถ่านหิน เราสามารถประเมินความเสียหายส่วนใหญ่ได้ เช่น ค่าใช้จ่ายของการรักษาทางการแพทย์ อันตรายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และอุบัติเหตุในเหมืองถ่านหิน โดยประเมินออกมาเป็นความเสียหายทางการเงิน อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณค่าใช้จ่ายของทุกอย่าง เป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมทุกกรณี เป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่คนงานเป็นผู้ทุกข์ทรมานในอุตสาหกรรมถ่านหินออกมาเป็นตัวเลข เป็นไปไม่ได้ที่จะตีค่าของชุมชนที่มองดูวัฒนธรรมของพวกเขาเสื่อมถอยลงออกมาเป็นราคา เรื่องราวของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากถ่านหินต่อไปนี้ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ พวกเขาทั้งหมดมาจากประเทศที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษจากถ่านหิน เรื่องราวทั้งหมดแสดงถึงผลกระทบในทุกขั้นตอนของถ่านหิน ตั้งแต่การทำเหมืองไปถึงการเผาไหม้ รวมถึงความสกปรกอันเป็นอมตะของถ่านหิน ในประเทศโคลัมเบีย ชุมชนชาวพื้นเมืองถูกคุกคามและถูกบังคับให้ออกจากที่ดินของตนเพื่อใช้สร้างเหมืองถ่านหิน หลายพันคนในฌาร์เรีย อินเดียทุกข์ทรมานจากสภาพความเป็นอยู่ที่น่าหวาดกลัว เพราะไฟถ่านหินจากการสันดาบที่เกิดขึ้นเองในเหมืองที่ไม่สามารถควบคุมได้ ในรัสเซีย สภาพความไม่ปลอดภัยของเหมืองทำให้คนงานจำนวนมากบาดเจ็บและเสียชีวิต ในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย จีนและไทย มลพิษทางอากาศจากการเผาไหม้ถ่านหินกำลังทำลายชีวิตความเป็นอยู่ โบราณวัตถุเก่าแก่ ลดผลผลิตของพืชผลและคร่าชีวิตผู้คน ความเลวร้ายอันเป็นอมตะของเหมืองถ่านหินจะทำให้ผืนดินในแอฟริกาใต้ได้รับสารพิษจากการรั่วซึมของกรดในเหมืองหลังจากที่เหมืองถูกปิดไปนานแล้ว ในขณะที่ในภูมิภาคคูยาเวีย-โปเมอราเนียในโปแลนด์นั้น การทำเหมืองถ่านหินทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบออสโตรวสกี้ลดลงอย่างมาก ในสหรัฐอเมริกา การทำเหมืองถ่านหินหมายถึงการระเบิดภูเขา การฝังกลบลำธารและทำให้ชุมชนใกล้เคียงถูกปนเปื้อนด้วยสารพิษ ในเยอรมนี การปรับพื้นที่เพื่อทำเหมืองแบบเปิดหน้าดินทำให้ทะเลสาบหลายแห่งถูกทำลาย โดยน้ำกลายสภาพเป็นกรดไม่ต่างจากน้ำส้มสายชู อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับความเสียหายและอันตรายที่มีสาเหตุจากถ่านหินที่ยังไม่ได้รับการบรรเทา ชุมชนได้ลุกขึ้นสู้ ในออสเตรเลีย คนทำไวน์ ผู้ผสมพันธุ์ม้า คนท้องถิ่น และคนงานเหมืองได้ลุกขึ้นปฏิเสธการขยายตัวของเหมืองถ่านหิน และยอมรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ในฟิลิปปินส์ กลุ่มคนที่หลากหลายได้รวมตัวเป็นหนึ่งเพื่อคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ โดยเรียกร้องให้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและยั่งยืน เรื่องราวเช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจ ให้ความหวัง และชี้นำทิศทางไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น […]
ต้นทุนจริงของถ่านหิน : เชื้อเพลิงสกปรกที่ทำลายสภาพภูมิอากาศ
การเผาไหม้ถ่านหินเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ ในแต่ละปีโรงไฟฟ้าถ่านหินปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมากสู่ชั้นบรรยากาศถึง 11,000 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 72 ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้า และร้อยละ 41 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุด และถือเป็นความท้าทายทางด้านของมนุษยชาติและทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่โลกเคยเผชิญมา ทั้งนี้มีผู้คนจำนวนหลายล้านคนที่ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น การกัดเซาะชายฝั่งและภัยธรรมชาติที่รุงแรงมากขึ้น อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุระดับรุนแรงและไฟป่า ซึ่งผลกระทบดังกล่าวนับวันจะยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้สภาพอากาศที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นยังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร และบั่นทอนความมั่นคงทางด้านอาหารอีกด้วย โลกที่ร้อนขึ้นยังทำให้เกิดปัญหาโรคภัยต่างๆ ตามมาเช่น การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกและมาลาเรีย หากยังไม่มีการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้นแล้ว กว่าหนึ่งในสี่ของสัตว์ป่าและพรรณพืชจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปในที่สุด เฉพาะในบังคลาเทศและอินเดีย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและภัยแล้งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนกว่า 125 ล้านคนต้องละทิ้งถิ่นที่อยู่อาศัยของตนเอง จากรายงานของไอพีซีซีภายในปี 2563 ประชากรในภูมิภาคเอเชียสูงสุดถึง 12,000 ล้านคนอาจต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ นอกจากนี้ทวีปแอฟริกาก็จะไม่สามารถผลิตข้าวสาลีได้อีกต่อไป และอย่างที่เราทราบกันดีก็คือ สังคมโลกจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงหากไม่มีการเร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยรากเหง้าของปัญหาดังกล่าวอยู่ที่การใช้ถ่านหินซึ่งเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากที่สุดออกสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้น วิธีการในการจัดการกับถ่านหินในอีกไม่กี่ปีต่อไปนี้ จะตัดสินว่าเราจะสามารถตอบสนองต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีแค่ไหน ความเร่งด่วนในการดำเนินเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ นายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐเคยกล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่เราต้องใช้อารยะขัดขืน เพื่อเป็นป้องกันไม่ให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ๆ ขึ้นอีก” โรงไฟฟ้าถ่านหินที่สร้างขึ้นในปัจจุบันจะปลดปล่อยมลภาวะทางอากาศไปอีกอย่างน้อย 40 ปีข้างหน้า ในส่วนของภาคพลังงาน ในอีกสองทศวรรษข้างหน้า […]