เมื่อการลุกฮือต้านการขึ้นภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงในฝรั่งเศสถูกตีความให้เป็นทางเลือกที่ผิดระหว่างการปกป้องสภาพภูมิอากาศและวิถีชีวิตของผู้คน

ธารา บัวคำศรี เรียบเรียงจาก http://time.com/5473618/france-yellow-vests-climate-macron/ …คนทั่วโลกต้องการให้ผู้นำทั้งหลายแสดงภาวะผู้นำในคำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เราต่างเผชิญผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ ประธานาธิบดีมาครองนั้นพลาดที่ทึกทักไปว่า การกอบกู้วิกฤติสภาพภูมิอากาศนั้นต้องทำให้โลกกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จริงๆ แล้ว มันคือการให้ประชาชนมาก่อนและทำให้สิทธิมนุษยชนนั้นยิ่งใหญ่ด้วย… -คูมิ ไนดู : เลขาธิการองค์การนิรโทษกรรมสากล- ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครองเป็นจุดสนใจระดับโลกในขณะที่เขาเตรียมเวที “One Planet Summit” การประชุมสุดยอดที่ให้คำมั่นว่าจะทำให้โลกของเรากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง(Make Our Planet Great Again)โดยลงมือปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนึ่งปีผ่านไป สิ่งต่างๆ ดูเปลี่ยนแปลงไปมาก ฝรั่งเศสกำลังซวนเซจากการประท้วง อันเป็นของความพยายามโดย ปธน มาครองในการเพิ่มภาษีสิ่งแวดล้อมของน้ำมันเชื้อเพลิงอันเป็นส่วนหนึ่งของวาระการปฎิรูปทางเศรษฐกิจในภาพรวม บทความ “การประท้วงการขึ้นภาษีน้ำมันของขบวนการเคลื่อนไหวเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศสถูกตีความให้เป็นทางเลือกที่ผิดระหว่างการปกป้องสภาพภูมิอากาศและผู้คน” คูมิ ไนดู เลขาธิการคนปัจจุบันขององค์กรนิรโทษกรรมสากลและนักกิจกรรมปกป้องสิทธิมนุษยชน วิเคราะห์เหตุการณ์ลุกฮือที่ขยายวงกว้างไปสู่นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลฝรั่งเศสว่า การปกป้องดูแลวิถีชีวิตของผู้คน เอื้อให้คนทั้งหลายดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์และการกอบกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ แท้ที่จริงแล้วคือเรื่องเดียวกันและเป็นการต่อสู้เดียวกัน คูมิมองว่า หากตีความความตกลงปารีส(Paris Agreement) ให้ลึกลงไป ความตกลงปารีสรับรู้ถึงความจำเป็นในการผนวกการปกป้องสิ่งแวดล้อมโดยการส่งเสริมสิทธิขั้นพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมไม่ว่าจะเป็น งาน มาตรฐานในการดำรงชีวิตและสุขภาพ ประธานาธิบดีทรัมป์เหมือนกับผู้มีความกังขาเรื่องโลกร้อนหลายๆคน ที่ชอบวางกรอบวิวาทะว่าเราจำเป็นต้องเลือกระหว่างการแก้ปัญหาวิกฤตโลกร้อนกับการดูแลคนและการจ้างงาน สำหรับ คูมิ ไนดู […]