การรณรงค์เสื้อผ้าสะอาด–การร่วมกันระหว่างแรงงานและสิ่งแวดล้อม
การรณรงค์เสื้อผ้าสะอาด (Clean Clothes Campaign) เป็นการรณรงค์ในระดับสากลที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงสภาพการทำงานในโรงงานรับเหมาผลิตทุกโรงในเครือข่ายอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มทั่วโลก โดยพุ่งประเด็นไปที่ความปลอดภัยของวัตถุดิบและแรงงานที่เกี่ยวข้องในการผลิตสิ่งทอ พันธมิตรที่ร่วมรณรงค์ได้แก่ กลุ่มผู้บริโภค ผู้ค้าปลีก ศูนย์เพื่อการวิจัยบรรษัทข้ามชาติ และกลุ่มทำงานหลายกลุ่มในประเทศอินเดีย ฟิลิปปินส์ และบังคลาเทศ และกำลังขยายความร่วมมือไปยังสมาชิกกลุ่มอื่นอีกจำนวนมาก เช่น สหภาพแรงงาน องค์กรสตรี และกลุ่มทำงานทางศาสนา การรณรงค์มุ่งให้ผู้ค้าปลีกและบริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้ารับผิดชอบต่อสภาพการทำงานที่เลวร้ายในโรงงานสิ่งทอและอันตรายจากการใช้ยาฆ่าแมลงกับต้นฝ้าย มีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าบริษัทในซีกโลกตะวันตกตักตวงผลประโยชน์จากมาตรฐานแรงงานที่แตกต่างกันของประเทศอื่น เช่น จ่ายค่าแรงต่ำ ไล่คนงานออกถ้าเข้าร่วมสหภาพแรงงาน จำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์มากเกินไป กดดันคนงานด้วยวิธีต่างๆ ไม่จ่ายค่าล่วงเวลา และไม่สนใจผลกระทบต่อสุขภาพของคนงาน ในการรณรงค์ได้ต่อรองให้มีกฎเกณฑ์สำหรับผู้ซื้อและผู้ขายที่เรียกว่า กฎบัตรการค้าที่ยุติธรรมเพื่อสิ่งทอ (Fair Trade Charter for Garments) การรณรงค์ประสบผลสำเร็จในแง่ที่ทำให้ผู้ค้าปลีกรับแต่ฝ้ายปลอดสารเคมี และจัดการให้มีการใช้แรงงานอย่างยุติธรรม
การพยากรณ์ย้อนหลังเพื่อยุโรปที่ยั่งยืน
สถาบันวัปเปอร์ทัลในเยอรมนีมอบหมายให้ Friend of the Earth(FoE) ในยุโรปศึกษาขนาดของผลกระทบที่เกิดจากการบริโภคของชาวยุโรปที่มีต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศของตน รวมถึงผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อประเทศกำลังพัฒนา จากการทำรอยพิมพ์ทางนิเวศ FoE หาขนาดของการบริโภคต่อหัวของคนในยุโรปแล้วนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานสำหรับการบริโภคทั่วโลกอย่างเท่าเทียม จากผลการศึกษา มีการกำหนดให้ลดระดับของการบริโภคภายในปี พ.ศ.2553 และปี พ.ศ.2583 มีการเสนอแนะแนวทางเพื่อไปสู่การลดการบริโภคลง วิธีพยากรณ์ย้อนหลังช่วยเสริมให้เกิดการอภิปรายว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร และควรลงมือเร็วเพียงใด การวิจัยนี้ทำขึ้นเพื่อริเริ่มการแสดงความคิดเห็นทั้งในระดับชาติและทั่วทวีปยุโรป และเพื่อเชื่อมโยงปัญหาเรื่องการบริโภคเข้ากับการรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อม ต่อไปนี้คือบทคัดย่อว่าด้วยข้อเสนอแนะเรื่องการลดการบริโภคทรัพยากร จากรายงาน ยุโรปที่ยั่งยืน ของกลุ่ม Friend of The Earth พลังงาน ภายในปี พ.ศ.2548 ควรลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 20-30 ของปริมาณก๊าซที่ปล่อยออกมาในปี พ.ศ.2530 และลดลงเป็นร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ.2563 และลดให้ได้ถึงร้อยละ 80 ภายในปี พ.ศ.2593 ความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นได้โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการใช้พลังงาน ใช้แหล่งพลังงานทดแทนใหม่ได้ให้มากขึ้น เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงที่มีคาร์บอนต่ำลง และควบคุมความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นของภาคบริการที่ใช้พลังงานมหาศาล วัตถุดิบที่ทดแทนใหม่ไม่ได้ ในปัจจุบัน ประชากรโลกร้อยละ 20 บริโภคทรัพยากรมากถึงร้อยละ 80 เมื่อคำนวณการใช้ทรัพยากรโดยยึดหลักความเท่าเทียมกันพบว่า ยุโรปต้องลดปริมาณการใช้ทรัพยากรลงในสัดส่วนที่สูงกว่าทวีปอื่น […]
