Taragraphies — Header Component

บ่อฝ้าย ไดออกซิน และสงครามเวียดนาม

1 บางคนบอกว่า เอเจนต์ ออเรนจ์ ในสงครามเวียดนาม คือตำนานที่น่าละอายที่สุดของประวัติศาสตร์เกี่ยวกับไดออกซิน เลือดและน้ำนมแม่แห่งเวียดนามตอนใต้ยังคงเจือด้วยสารพิษ และความทุกข์ทรมานจากโรคภัยยังคงหลอกหลอนทหารอเมริกันผู้ผ่านศึก ผู้ซึ่งพ่นยาพิษที่ใช้กำจัดวัชพืชเกือบ 50 ล้านลิตร พ่นทำลายป่าไม้ ทรัพยากรชีวภาพและไร่นาลงสู่ที่ซึ่งแผ่นดินและสรวงสวรรค์มาบรรจบกัน มหาอำนาจอเมริกา ธนาคารโลก และบรรษัทผลิตเอเจนต์ ออเรนจ์ ผู้มืดบอด แม้พวกท่านปฏิเสธ กล่าวอ้างว่า “การใช้ยาพิษปราบวัชพืชช่วงสงคราม ไม่เกี่ยวข้องกับการปนเปื้อนของไดออกซินในร่างกายคนเวียดนาม” แต่โลกไม่เคยละวางการเป็นประจักษ์พยานต่ออาชญกรรมต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรมครั้งนี้ 2. บางคนบอกว่า เรื่องทั้งหมดจบลงแล้ว อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมคิดว่า เราเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก เราเพิ่งเริ่มต้นยอมรับว่า เรามีส่วนในอาชญากรรมครั้งนี้ ยอมรับถึงผลอันเป็นมรดกพิษจากสงคราม บ่อฝ้าย !!! เอเจนต์ ออเร้นจ์และไดออกซินยังอยู่ที่นั่น ใต้ผืนดินแห่งบ่อฝ้าย ที่เรียกว่า “หลุมฝังกลบที่ปลอดภัย ???” ที่เราฝังดินปนเปื้อนสารพิษไปพร้อม ๆ กับความกล้าหาญทางจริยธรรม พร้อม ๆ กับความยุติธรรมทางสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อม ๆ กับความหวังที่เราพอจะมีต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจในทางเทคนิคและทางการเมือง พวกเขาทำให้เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาชญากรรมแห่งสงครามเวียดนาม ภูมิใจที่เห็นแผ่นดินของเราเป็นที่ฝังมรดกสารพิษแห่งอเมริกาและบรรษัทข้ามชาติ โอ้…บ่อฝ้าย !!! เอเจนต์ ออเรนจ์ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings