Taragraphies — Header Component

โครงการเก็บขยะพลาสติกในแม่น้ำคงคาของกลุ่มบริษัทน้ำมันและเคมียักษ์ใหญ่ระดับโลกต้องล่มลงและไปไม่รอด

รถเข็นและตะแกรงโลหะที่ใช้ดักจับขยะและติดคำว่า “Renew Oceans” ตั้งกองอยู่ด้านนอกสำนักงานที่ว่างเปล่าและมีกุญแจล็อคในเมืองพาราณสีของอินเดีย เดินไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำคงคา ทั้งหมดนี้เป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทน้ำมันและเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอ้างว่า สามารถแก้ปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกในมหาสมุทรที่กำลังคร่าชีวิตสัตว์ทะเล ตั้งแต่แพลงก์ตอนไปจนถึงวาฬ ทำให้ชายหาดเขตร้อนและแนวปะการังปนเปื้อนมลพิษ ข้อมูลจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมสองกลุ่มระบุว่า การปิดโครงการ Renew Oceans ซึ่งไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเป็นสัญญาณว่า อุตสาหกรรมที่มีอนาคตทางการเงินเชื่อมโยงกับการขยายกำลังการผลิตพลาสติกได้ลดเป้าหมายเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของมลพิษพลาสติก The Alliance to End Plastic Waste ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในสิงคโปร์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อสองปีก่อนโดยบริษัทน้ำมันและเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ กล่าวบนเว็บไซต์ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ว่า การร่วมมือกับงานที่เป็นความร่วมมือกับโครงการ Renew Oceans จะขยายไปยังแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก และ “ในที่สุดสามารถหยุดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรโลกได้” กลุ่มบริษัท Exxon Mobil Corp, Royal Dutch Shell Plc, Dow Inc, Chevron Phillips Chemical Co และบริษัทอื่นๆ อีกประมาณ 50 แห่ง มุ่งมั่นที่จะใช้เงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปี […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings