Taragraphies — Header Component

คลื่นความร้อนรุมเร้ายุโรป แอฟริกาและเอเชีย

เดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2565 คลื่นความร้อนจู่โจมยุโรป แอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลางและเอเชีย โดยอุณหภูมิไต่ระดับขึ้นไปมากกว่า 40 องศาเซลเซียส(104 องศาฟาเรนไฮต์) ในหลายพื้นที่ และทุบสถิติอุณหภูมิสูงสุดเดิมที่เคยมีมายาวนาน แผนที่ด้านบนแสดงแบบจำลองอุณหภูมิอากาศในซีกโลกด้านตะวันออกเกือบทั้งหมดในวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 เป็นข้อมูลจาก Goddard Earth Observing System Model, Version 5 (GEOS-5) ซึ่งเป็นแบบจำลองบรรยากาศระดับโลกที่ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์กระบวนการทางกายภาพใกล้พื้นผิวโลกและในชั้นบรรยากาศ ในยุโรปตะวันตกซึ่งเผชิญกับภันแล้งรุนแรงอยู่ก่อนแล้ว คลื่นความร้อนได้เร่งให้ไฟขยายวงกว้างทั่วโปรตุเกส สเปนและบางส่วนของฝรั่งเศส ในโปรตุเกส อุณหภูมิทะลุไปถึง 45 องศาเซลเซียส(113 องศาฟาเรนไฮต์) ในวันที่ 13 กรกฎาคม ในเมือง Leiria มีไฟป่าไหม้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 3,000 แฮกตาร์ (7,400 เอเคอร์) กว่าครึ่งประเทศตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ทีมดับไฟฟ่าต้องเข้าจัดการกับไฟป่า 14 พื้นที่ ภาพด้านบนแสดงจุดเกิดไฟในโปรตุเกสและสเปนซึ่งตรวจจับโดยเครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บน ดาวเทียม Suomi NPP ในวันที่ 12 […]

มลพิษไนโตรเจนไดออกไซด์ลดลงเหนือจีนแผ่นดินใหญ่

ดาวเทียมตรวจสอบมลพิษขององค์การนาซาและองค์การอวกาศแห่งยุโรป(European Space Agency-ESA) ตรวจพบการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์เหนือจีนแผ่นดินใหญ่ มีหลักฐานว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจชะลอตัวอันเนื่องมาจากการระบาดของโคโรนาไวรัส ปลายปี พ.ศ.2562 ทีมแพทย์ในเมืองอู่ฮั่น จีน ทำการรักษาผู้ป่วยโรคนิวมอเนียที่ไม่รู้สาเหตุที่มา นักวิจัยยืนยันถึงสาเหตุว่ามาจากโคโรนาไวรัสใหม่(new coronavirus (COVID-19) ต่อมาในวันที่ 23 มกราคม 2563 ทางการจีนทำการปิดเมืองอู่ฮั่นทั้งการคมนาคมเข้าออกและธุรกิจในพื้นที่เพื่อลดการแพร่ระบาด ถือเป็นการกักกันครั้งแรกของมาตรการกักกันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาทั้งในจีนและทั่วโลก แผนที่ด้านบนแสดงความเข้มข้นของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ที่เกิดจากยานยนต์ โรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม แผนที่แสดงค่าทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ระหว่างวันที่ 1-20 มกราคม 2563 (ก่อนการปิดเมือง) และวันที่ 10-25 กุมภาพันธ์ 2563 (ระหว่างการปิดเมือง) ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมได้มาจากเครื่องมือ the Tropospheric Monitoring Instrument (TROPOMI) บนดาวเทียม Sentinel-5 ขององค์การอวกาศแห่งสหภาพยุโรป(ESA) รวมถึงเซ็นเซอร์ Ozone Monitoring Instrument (OMI) บนดาวเทียม Aura ขององค์การนาซา นักวิทยาศาสตร์ที่นาซาบอกว่า การลดลงของไนโตรเจนไดออกไซด์เห็นชัดเจนครั้งแรกใกล้เมืองอู่ฮั่น ต่อมามีการลดลงขยายไปทั่วปประเทศ คนนับล้านถูกกักกันในปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ จนถึงวันที่ […]

ความท้าทายสามประการว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บทความนี้เรียบเรียงจากบทสรุปผู้บริหารในรายงาน Up in smoke? Asia and the Pacific. The threat from climate change to human development and the environment โดย Working Group on Climate Change and Development ชะตากรรมของเหล่ามนุษยชาติอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเห็นได้ชัดเจนในทวีปเอเชีย ที่ซึ่งประชากรกว่า 60 เปอร์เซ็นต์หรือราวสี่พันล้านคนอาศัยอยู่ ประชากรมากกว่าครึ่งของทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้แนวชายฝั่ง ดังนั้นจึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงวัฎจักรน้ำในภูมิภาคซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังได้คุกคามความมั่นคงและความสามารถในการผลิตของระบบอาหาร (Food systems) ที่ประชากรต้องพึ่งพา จากการรับรู้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นนี้ การประชุมครั้งสำคัญทั้งสองครั้งในปี 2007 และ 2008 เพื่อบรรลุข้อตกลงว่าด้วยภูมิอากาศโลกจึงจะจัดขึ้นในทวีปเอเชีย ความเห็นร่วมกันทางวิทยาศาสตร์ (scientific consensus) ทั่วโลกล่าสุด จากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่า อากาศในทวีปเอเชียมีแนวโน้มจะร้อนขึ้นในช่วงศตวรรษนี้ อากาศที่ร้อนขึ้นจะตามมาด้วยรูปแบบของฝนที่รุนแรงและยากแก่การคาดการณ์ รวมไปถึงภัยแล้งและภาวะน้ำท่วมที่รุนแรงยิ่งขึ้น คาดการณ์กันว่าพายุหมุนเขตร้อนจะทวีขนาดความรุนแรงและเกิดบ่อยยิ่งขึ้น ในขณะที่ลมมรสุม […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings