ต้นทุนจริงของถ่านหิน : เชื้อเพลิงสกปรกที่ทำลายสภาพภูมิอากาศ
การเผาไหม้ถ่านหินเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ ในแต่ละปีโรงไฟฟ้าถ่านหินปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมากสู่ชั้นบรรยากาศถึง 11,000 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 72 ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้า และร้อยละ 41 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุด และถือเป็นความท้าทายทางด้านของมนุษยชาติและทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญที่โลกเคยเผชิญมา ทั้งนี้มีผู้คนจำนวนหลายล้านคนที่ขณะนี้ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น การกัดเซาะชายฝั่งและภัยธรรมชาติที่รุงแรงมากขึ้น อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง พายุระดับรุนแรงและไฟป่า ซึ่งผลกระทบดังกล่าวนับวันจะยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้สภาพอากาศที่รุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นยังส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร และบั่นทอนความมั่นคงทางด้านอาหารอีกด้วย โลกที่ร้อนขึ้นยังทำให้เกิดปัญหาโรคภัยต่างๆ ตามมาเช่น การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกและมาลาเรีย หากยังไม่มีการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้นแล้ว กว่าหนึ่งในสี่ของสัตว์ป่าและพรรณพืชจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ไปในที่สุด เฉพาะในบังคลาเทศและอินเดีย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและภัยแล้งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนกว่า 125 ล้านคนต้องละทิ้งถิ่นที่อยู่อาศัยของตนเอง จากรายงานของไอพีซีซีภายในปี 2563 ประชากรในภูมิภาคเอเชียสูงสุดถึง 12,000 ล้านคนอาจต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ นอกจากนี้ทวีปแอฟริกาก็จะไม่สามารถผลิตข้าวสาลีได้อีกต่อไป และอย่างที่เราทราบกันดีก็คือ สังคมโลกจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงหากไม่มีการเร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยรากเหง้าของปัญหาดังกล่าวอยู่ที่การใช้ถ่านหินซึ่งเป็นตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มากที่สุดออกสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้น วิธีการในการจัดการกับถ่านหินในอีกไม่กี่ปีต่อไปนี้ จะตัดสินว่าเราจะสามารถตอบสนองต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีแค่ไหน ความเร่งด่วนในการดำเนินเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามได้ นายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐเคยกล่าวว่า “ถึงเวลาแล้วที่เราต้องใช้อารยะขัดขืน เพื่อเป็นป้องกันไม่ให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ๆ ขึ้นอีก” โรงไฟฟ้าถ่านหินที่สร้างขึ้นในปัจจุบันจะปลดปล่อยมลภาวะทางอากาศไปอีกอย่างน้อย 40 ปีข้างหน้า ในส่วนของภาคพลังงาน ในอีกสองทศวรรษข้างหน้า […]