ผืนป่าดั้งเดิมในกัมพูชากำลังหายไป

santuk_etm_2000366acquired December 31, 2000 download large image (12 MB, JPEG, 3660×3660)

santuk_oli_2015303acquired October 30, 2015 download large image (9 MB, JPEG, 3660×3660)

 

กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการทำลายป่าไม้เร็วที่สุดในโลก ในภาพรวมของประเทศ ภูมิทัศน์ที่มีป่าไม้หนาแน่น  —รวมถึงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์—ถูกแผ้วถางเพื่อเป็นพื้นที่สวนยางและอุตสาหกรรมตัดไม้ขนาดใหญ่

ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก the University of Maryland และ the World Resources Institute’s Global Forest Watch ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Landsat เพื่อติดตามอัตราการสูญเสียป่าไม้ในระดับโลก ในขณะที่หลายประเทศต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้อย่างรวดเร็วมาก

ระหว่างปี ค.ศ. 2001 และ 2014 อัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ต่อปีในกัมพูชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 หรืออีกนัยหนึ่งกัมพูชาสูญเสียป่าไม้รวมกัน  1.44 ล้านเฮกตาร์ หรือ 14,400 ตารางกิโลเมตร ประเทศอื่นๆ ที่มีอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้อย่างรวดเร็วรวมถึง เซียราเลโอน(ร้อยละ 12.6) มาดากัสการ์ (ร้อยละ 8.3) อุรุกวัย (ร้อยละ 8.1) และปารากวัย (ร้อยละ 7.7 )

การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของกัมพูชาดังกล่าวนี้เป็นไปอย่างลึกซึ้ง ดังจะเห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียมสองภาพที่เปรียบเทียบกันด้านบน ภาพแรกถ่ายจาก  Enhanced Thematic Mapper Plus บนดาวเทียมLandsat 7 ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2000 แสดงพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์ดั้งเดิมบริเวณเขตรอยต่อจังหวัดกัมปงทมและกัมปงจาม ในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เครื่องมือ the Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพที่สองที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่มีเส้นถนนที่ตัดเป็นตารางและพื้นที่สวนยางขนาดใหญ่ ชายขอบพื้นที่ป่าไม้ดั้งเดิม(สีเขียวเข้ม) ถูกแผ้วถางออกและแทนด้วยผิวดิน พืชเศรษฐกิจและพื้นที่ป่าเป็นหย่อมๆ (สีน้ำตาลและเขียวอ่อน)

cambodia_oli_2014
acquired 2000 – 2014 download large image (5 MB, PNG, 3000×2000)

 

ทีมนักวิจัยใช้ข้อมูลดาวเทียม Landsat และ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจต่างๆ แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงราคายางในระดับโลก และ การขยายตัวอย่างมากของการเช่าสัมปทานพื้นที่ มีบทบาทสำคัญในการเร่งให้มีอัตราการทำลายป่าอย่างรวดเร็วมากขึ้นในกัมพูชา รัฐบาลกัมพูชาเปิดให้มีการเช่า พื้นที่สัมปทาน แก่นักลงทุนในประเทศและต่างประเทศเพื่อกิจการเกษตรกรรม การผลิตไม้ซุงและอื่นๆ ทีมนักวิจัยพบว่า อัตราการสูญเสียป่าไม้ในพื้นที่เช่าสัมปทานสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ร้อยละ 29-105

งานของ Matthew Hansen และห้องปฏิบัติการ Global Land Analysis and Discover(GLAD)ของเขาที่ University of Maryland  มีบทบาทหลักในการเปิดเผยให้เห็นถึงขอบเขตของการทำลายป่าไม้นี้ ในปี ค.ศ.2013 ทีมของเขาตีพิมพ์ แผนที่โลกว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้เป็นครั้งแรก แผนที่ด้านบนแสดงถึงขอบเขตของการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ของกัมพูชาทั้งประเทศ ระหว่างปี 2000 และ 2014การสูญเสียส่วนมากเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ด้วยความร่วมมือกับ World Resources Institute ห้องปฏิบัติการ GLAD ทำการพัฒนาระบบเตือนรายสัปดาห์ ขึ้น การทำลายป่าไม้จะถูกตรวจจับด้วยดาวเทียมพร้อมกับภาพถ่ายใหม่ ผู้ใช้สามารถสมัครในการอัพเดทผ่านอีเมล์ ระบบเตือนการทำลายป่าไม้ที่เข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนี้เกิดขึ้นแล้วในคองโก ยูกันดา อินโดนีเซีย เปรูและบราซิล ทีมนักวิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าระบบนี้จะนำไปใช้ในกัมพูชาและส่วนที่เหลือในเขตร้อนในปี ค.ศ. 2017 นี้

ข้อมูลอ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม

NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using Landsat data from the U.S. Geological Survey and Global Forest Watch. Caption by Adam Voiland.

Instrument(s): 
Landsat 7 – ETM+
Landsat 8 – OLI
Landsat 5 – TM

ผืนป่าอะเมซอนและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน

ผลงานเด่นของการสำรวจระยะไกลด้วยดาวเทียม Landsat

ดาวเทียม Landsat 1 เริ่มใช้งานในเดือนกรกฎาคม 1972 เป็นการเริ่มต้นภารกิจสำรวจโลกจากอวกาศที่ต่อเนื่องและยาวนานที่สุด ต่อไปนี้เป็นผลงานด้านวิทยาศาสตร์และการส่งเสริมการพัฒนาสังคมของโครงการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมดวงนี้ช่วงระยะเวลา 40 ปี

รัฐ Rondônia ของบราซิล

19 มิถุนายน 1975

การทำลายป่าไม้ในผืนป่าเขตร้อนแห่งอะเมซอนเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ ในรัฐ Rondônia ทางตะวันตกของบราซิล การทำลายป่ามีแบบแผนเป็นรูปก้างปลาดังที่เห็นจากภาพถ่ายดาวเทียมนี้ที่เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปี 1975 และปี 2012.

การรุกคืบเข้าไปในพื้นที่อันห่างไกลนี้เริ่มจากการสร้างถนนสายหลักที่ยาวจากเหนือจรดใต้ ทางหลวงสายรองค่อยตามเข้ามาตัดผ่านผืนป่าอันหนาแน่นที่อย่บริเวณมุมขวาของภาพถ่ายดาวเทียม ผู้เข้าไปตั้งถิ่นฐานเริ่มหักล้างถางพงและเผาป่า พื้นที่เกษตรกรรมค่อยๆ ขยายตัวขึ้นและต่อเข้าหากัน กลายเป็นการทำลายป่าที่กินพื้นที่ใหญ่ขึ้นเป็นผืนเดียว

Compton Tucker นักชีววิทยาประจำ ณ Goddard Space Flight Center ของนาซา กล่าวว่า เนื่องจากมีการสร้างทางหลวงตัดผ่านเข้าไปในป่าลึกและการทำลายป่าขยายจากด้านในออกด้านนอก การสูญเสียสัตว์ป่าและพรรณพืชจึงเกิดขึ้นมากกว่าการทำลายป่าไม้ในพื้นที่เดียว จำนวนของพื้นที่บริเวณชายขอบป่ามีความสำคัญอย่างมากต่อสถานะของความหลากหลายทางชีวภาพ  การศึกษาในรายละเอียด (A detailed study) จากภาพถ่ายดาวเทียม Landsat ของ Tucker และ David Skole จากมหาวิทยาลัย Michigan State พบว่า อัตราการทำลายป่าในอะเมซอนต่ำกว่าที่คิดกัน แต่ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพมีมากกว่าเนื่องจากถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพรรณพืชถูกทำลายแยกออกเป็นส่วน ๆ

Tucker กล่าวว่าภาพที่แย้งกันนี้ก็เนื่องมาจากแบบแผนการทำลายป่าไม้ที่เป็นรูปก้างปลาซึ่งทำให้ผืนป่าดั้งเดิมมีความเสี่ยงในการถูกทำลายเนื่องจากอยู่ประชิดกับพื้นที่ป่าที่โดนตัดโค่นทำลายไปแล้ว ระหว่างพื้นที่ชายขอบนั้นเสี่ยงต่อผลกระทบจากลมและความแห้งแล้งได้ง่าย และคนสามารถเข้าถึงเพื่อล่าสัตว์และลักลอบทำไม้ได้ง่ายขึ้น

Skole และTucker พบว่าระหว่างปี 1980 และ 1992 ผืนป่าในรัฐ Rondônia ถูกทำลายมากกว่า 3,000 ตารางกิโลเมตรต่อปี เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ รัฐบาลบราซิลดำเนินโครงการพัฒนาโดยการสร้างถนนติดผ่านผืนป่าเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรม ภาพถ่ายดาวเทียมจากการวิจัยในรัฐ Rondônia เป็นที่รับรู้ในวงกว้างหลังจากลงตีพิมพ์ในวารสาร Science ในปี 1993 และเป็นภาพตัวอย่างของการทำลายผืนป่าเขตร้อนที่ใช้นำเสนอไปทั่วโลก

จากนั้นมา การทำลายล้างผืนป่าอะเมซอนขยายไปทางด้านตะวันออกในรัฐ Mato Grosso and Pará โดยเป็นการทำลายป่าไม้ในพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อระบบเกษตรกรรมที่ใช้เครื่องจักรกล มากกว่าการทำการเกษตรรายย่อย ปัจจุบัน อัตราการทำลายป่าในอะเมซอนลดลง ส่วนหนึ่งมาจากการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดในการยุติการทำไม้ที่ผิดกฎหมาย

———————–

ธารา บัวคำศรี – แปล (NASA images courtesy Landsat team. Caption by Aries Keck)