ผืนป่าดั้งเดิมในกัมพูชากำลังหายไป

acquired December 31, 2000 download large image (12 MB, JPEG, 3660×3660) acquired October 30, 2015 download large image (9 MB, JPEG, 3660×3660)   กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการทำลายป่าไม้เร็วที่สุดในโลก ในภาพรวมของประเทศ ภูมิทัศน์ที่มีป่าไม้หนาแน่น  —รวมถึงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์—ถูกแผ้วถางเพื่อเป็นพื้นที่สวนยางและอุตสาหกรรมตัดไม้ขนาดใหญ่ ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก the University of Maryland และ the World Resources Institute’s Global Forest Watch ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Landsat เพื่อติดตามอัตราการสูญเสียป่าไม้ในระดับโลก ในขณะที่หลายประเทศต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้อย่างรวดเร็วมาก ระหว่างปี ค.ศ. 2001 และ 2014 อัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ต่อปีในกัมพูชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 หรืออีกนัยหนึ่งกัมพูชาสูญเสียป่าไม้รวมกัน  1.44 ล้านเฮกตาร์ หรือ 14,400 ตารางกิโลเมตร ประเทศอื่นๆ ที่มีอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้อย่างรวดเร็วรวมถึง เซียราเลโอน(ร้อยละ 12.6) มาดากัสการ์ (ร้อยละ 8.3) อุรุกวัย […]

ผืนป่าอะเมซอนและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน

ผลงานเด่นของการสำรวจระยะไกลด้วยดาวเทียม Landsat ดาวเทียม Landsat 1 เริ่มใช้งานในเดือนกรกฎาคม 1972 เป็นการเริ่มต้นภารกิจสำรวจโลกจากอวกาศที่ต่อเนื่องและยาวนานที่สุด ต่อไปนี้เป็นผลงานด้านวิทยาศาสตร์และการส่งเสริมการพัฒนาสังคมของโครงการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมดวงนี้ช่วงระยะเวลา 40 ปี รัฐ Rondônia ของบราซิล 19 มิถุนายน 1975 การทำลายป่าไม้ในผืนป่าเขตร้อนแห่งอะเมซอนเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ ในรัฐ Rondônia ทางตะวันตกของบราซิล การทำลายป่ามีแบบแผนเป็นรูปก้างปลาดังที่เห็นจากภาพถ่ายดาวเทียมนี้ที่เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปี 1975 และปี 2012. การรุกคืบเข้าไปในพื้นที่อันห่างไกลนี้เริ่มจากการสร้างถนนสายหลักที่ยาวจากเหนือจรดใต้ ทางหลวงสายรองค่อยตามเข้ามาตัดผ่านผืนป่าอันหนาแน่นที่อย่บริเวณมุมขวาของภาพถ่ายดาวเทียม ผู้เข้าไปตั้งถิ่นฐานเริ่มหักล้างถางพงและเผาป่า พื้นที่เกษตรกรรมค่อยๆ ขยายตัวขึ้นและต่อเข้าหากัน กลายเป็นการทำลายป่าที่กินพื้นที่ใหญ่ขึ้นเป็นผืนเดียว Compton Tucker นักชีววิทยาประจำ ณ Goddard Space Flight Center ของนาซา กล่าวว่า เนื่องจากมีการสร้างทางหลวงตัดผ่านเข้าไปในป่าลึกและการทำลายป่าขยายจากด้านในออกด้านนอก การสูญเสียสัตว์ป่าและพรรณพืชจึงเกิดขึ้นมากกว่าการทำลายป่าไม้ในพื้นที่เดียว จำนวนของพื้นที่บริเวณชายขอบป่ามีความสำคัญอย่างมากต่อสถานะของความหลากหลายทางชีวภาพ  การศึกษาในรายละเอียด (A detailed study) จากภาพถ่ายดาวเทียม Landsat ของ Tucker และ David Skole จากมหาวิทยาลัย Michigan […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings