Taragraphies — Header Component

ก๊าซฟอสซิลเหลว(LNG) : คอขวดทางเศรษฐกิจที่มักถูกมองข้าม

ก๊าซฟอสซิลเหลว(LNG) : คอขวดทางเศรษฐกิจที่มักถูกมองข้าม ทางเลือกอื่นนอกเหนือจากอุปทานจากอ่าวเปอร์เซียมีอยู่อย่างจำกัด “สิ่งนี้จะฉุดเศรษฐกิจของโลกให้ทรุดลง” ซาอัด อัล-คาบี รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ เตือนเมื่อวันที่ 6 มีนาคม คำเตือนนี้ไม่ได้เกินจริงเลย ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น QatarEnergy ซึ่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คิดเป็นหนึ่งในห้าของทั้งโลก ได้ปิดโรงงานผลิตและสถานีส่งออก หลังจากบางแห่งถูกโจมตีโดยการโจมตีของอิหร่าน เนื่องจากบริษัทไม่สามารถสกัด แปรรูป และส่งออก LNG ได้ อีกทั้งช่องแคบฮอร์มุซก็แทบถูกปิดกั้นจากการสู้รบ บริษัทจึงประกาศเหตุสุดวิสัยต่อสัญญาของตน ราคาก๊าซ LNG จึงพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในตลาดโลก ลูกค้าทั่วโลกซึ่งใช้ก๊าซชนิดนี้ในการผลิตไฟฟ้า ให้ความร้อนแก่บ้านเรือน และผลิตสิ่งต่าง ๆ เช่น ปุ๋ย ต่างกำลังเร่งหาทางรับมือ คำถามสำคัญคือ การหยุดชะงักของกาตาร์ครั้งนี้จะฉุดเศรษฐกิจลงไปได้มากเพียงใด ซึ่งขึ้นอยู่กับคำตอบของ 4 คำถามยาก ได้แก่ มันจะยืดเยื้อนานแค่ไหน? หลังจากสถานการณ์ยุติลง การขนส่งจะกลับมาฟื้นตัวเต็มที่ได้เร็วเพียงใด? ประเทศต่าง ๆ จะพึ่งพาปริมาณสำรองที่มีอยู่ไปก่อนได้หรือไม่? และช่องว่างที่เกิดขึ้นจะสามารถอุดได้มากน้อยเพียงใดด้วย LNG จากแหล่งอื่น? คำถามแรกเป็นคำถามที่ตอบยากที่สุด เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นที่คาดเดาได้ยากสามคน ได้แก่ โดนัลด์ […]

Thailand LNG demand is falling

ความต้องการใช้ก๊าซฟอสซิลเหลว(LNG) ของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซาในประเทศคาดว่าจะยิ่งทำให้การบริโภคและการนำเข้าชะลอลง ประเทศไทยนำเข้าก๊าซฟอสซิลเหลว(LNG) ราว 8.6 ล้านตันในช่วงเดือนมกราคม–ตุลาคม 2025 ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024 ตามข้อมูลจาก Global Trade Tracker มีการบันทึกการใช้ไฟฟ้ารวม 157,976 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ในช่วงมกราคม–กันยายน 2025 เทียบกับ 163,395 GWh ในช่วงมกราคม–กันยายน 2024 ตามข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ความต้องการน่าจะถูกจำกัดจากสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจัดในปีที่ผ่านมา ทำให้ระดับสำรองก๊าซคงคลังสูงกว่าที่คาด และจำกัดความต้องการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากก๊าซเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ ความต้องการใช้ก๊าซของประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ตามแผนบริหารจัดการก๊าซของประเทศ (ร่าง) สำหรับปี 2024–2037 แต่ขณะนี้ความต้องการมีแนวโน้มจะลดลง เนื่องจากคาดว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยจะชะลอลงเหลือ 2.2% ในปี 2025 และ 1.6% ในปี 2026 ลดลงจากระดับ 2.5% ในปี 2024 ตามการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย […]

นักวิจัยระบุกลุ่มล็อบบี้จากอุตสาหกรรมฟอสซิลของญี่ปุ่นและเกาหลีผลักดันการขยายก๊าซฟอสซิลในออสเตรเลียและสร้างความต้องการก๊าซฟอสซิลเหลวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานฉบับใหม่โดยศูนย์วิจัย Jubilee Australia ซึ่งจัดทำร่วมกับมูลนิธิ Australian Conservation Foundation และกลุ่มพันธมิตร Fossil Free Japan พบว่า กำไรของบริษัทในญี่ปุ่นและเกาหลีถูกนำไปใช้สนับสนุนการขยายตัวของก๊าซในออสเตรเลีย นอกจากจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นและถ่วงเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศแล้ว นักวิจัยยังชี้ว่าการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการก๊าซฟอสซิลเหลวในต่างประเทศจะทำให้ผู้เสียภาษีชาวญี่ปุ่นและเกาหลีต้องสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และยังสร้างความเสี่ยงทางการเงินอย่างมากต่อผู้ลงทุน นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ทำลายธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่พัฒนาโครงการ รายงาน “How to Build a Gas Empire” เปิดเผยถึงผลประโยชน์ทางการเมืองและภาคธุรกิจในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ รวมถึงวิธีที่พวกเขาทำกำไรจากการขยายตัวของก๊าซฟอสซิลในออสเตรเลีย ผู้เขียนรายงานพบว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งถูกเรียกรวมกันว่า “จักรวรรดิก๊าซฟอสซิล” ในรายงานได้สนับสนุนเงินทุนจำนวน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับโครงการก๊าซในออสเตรเลียระหว่างปี 2008 ถึง 2024 โดยกว่า 64% ของเงินทุนดังกล่าวมาจาก JBIC ซึ่งเป็นหน่วยงานสินเชื่อเพื่อการส่งออกแห่งชาติของญี่ปุ่น ขณะที่ KEXIM และ K-Sure ของเกาหลีใต้ก็เป็นผู้สนับสนุนหลักอีกด้วย รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2023 ถึง 2024 ญี่ปุ่นได้ลงทุนรวมทั้งสิ้น […]

10 คำถามว่าด้วยตลาดก๊าซฟอสซิลเหลวในปี 2025

อัตราการอนุมัติด้านกฎระเบียบจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้รัฐบาลทรัมป์ชุดใหม่ และจะเร่งการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ของโครงการ LNG ในสหรัฐฯ หรือไม่? อุตสาหกรรมการส่งออก LNG ของสหรัฐฯ กำลังจะเข้าสู่สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนามากขึ้น ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 20 มกราคม 2025 การเปลี่ยนผ่านนี้อาจช่วยกระตุ้นโมเมนตัมการทำสัญญาซื้อขาย LNG จากสหรัฐฯ และเร่งการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ของบางโครงการ แม้ว่าความเสี่ยงจากข้อท้าทายทางกฎหมายและมาตรการเก็บภาษีศุลกากรอาจทำให้การพัฒนาซับซ้อนยิ่งขึ้น เราคาดว่ากระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ภายใต้รัฐบาลทรัมป์จะดำเนินการอย่างรวดเร็วในการอนุมัติคำขอใบอนุญาตการส่งออก LNG จำนวน 54 ล้านตันต่อปี (MMtpa) ที่อยู่ระหว่างรออนุมัติ สำหรับโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกลาง (FERC) แล้ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการอีก 60 ล้านตันต่อปีที่ใบอนุญาตกำลังจะหมดอายุซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะได้รับการต่ออายุ ความเป็นไปได้ที่ DOE ภายใต้รัฐบาลทรัมป์จะอนุมัติใบอนุญาตอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นกิจกรรมการทำสัญญาจัดหาในบางโครงการ รวมถึงการสรุปข้อตกลงซื้อขายเบื้องต้นที่อาจสนับสนุนให้โครงการตัดสินใจลงทุนได้ ภายในวันที่ 7 มกราคม 2025 เราพบว่ามีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (HOAs) รวม 22 ล้านตัน ในโครงการที่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงทุน 9 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings