Taragraphies — Header Component

เมื่อฝุ่นและเมฆหมอกปะทะกับเทือกเขาสุไลมาน

เรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/152736/haze-meets-the-sulaiman-mountains นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติถ่ายภาพเฉียงของเทือกเขาสุไลมานในเขตภาคกลางของปากีสถาน แนวเทือกเขานี้เป็นผลมาจากการปะทะกันแบบสโลว์โมชั่นของแผ่นเปลือกโลกอินเดียและยูเรเซียที่เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 60 ล้านปีก่อน ยอดเขาสูงจากระดับน้ําทะเลมากกว่า 3,000 เมตร (10,000 ฟุต) ทางตอนเหนือของเทือกเขา ดังแสดงในภาพถ่ายนี้ เทือกเขาสุไลมานเป็นแนวปราการธรรมชาติระหว่างที่ราบสูงทางทิศตะวันตกและหุบเขาแม่น้ําสินธุทางทิศตะวันออก ลมที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดียและที่ราบน้ําท่วมถึงของลุ่มแม่น้ำสินธุนําความชื้นและละอองลอยเข้าไปในแผ่นดิน ทําให้เกิดฝุ่น หมอก และเมฆรวมกันในส่วนที่เป็นกระแสลมของเทือกเขา เมฆและฝุ่นไม่อาจเคลื่อนตัวผ่านผ่านภูมิประเทศที่มีความสูงในเขตเทือกเขา ดังนั้นจึงเคลื่อนตัวไปตามลักษณะภูมิประเทศ(Terrain-forced flow) ตามช่องว่างของเทือกเขา อย่างไรก็ตาม มีการเคลฃื่อนตัวของกระแสไอน้ําขนาดเล็กผ่านช่องเขาใกล้เมือง Dhana Sar คุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของการถ่ายภาพนักบินอวกาศของโลกคือความสามารถของลูกเรือบนสถานีอวกาศในการเน้นถึงภูมิทัศน์โดยการถ่ายภาพจากมุมมองอื่นที่ไม่ใช่แบบตรงลงมา (nadir) ภาพนี้ใช้ประโยชน์จากมุมมองเฉียงเพื่อเน้นถึงความสลับซับซ้อนของแนวเทือกเขาสุไลมาน Astronaut photograph ISS070-E-42565 was acquired on December 17, 2023, with a Nikon D5 digital camera using a focal length of 460 millimeters. It is provided by […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings