Taragraphies — Header Component
26 มกราคม 2565

อุณหภูมิที่แผดเผา ดินที่ไร้ความอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำที่จำกัด และพายุทะเลทรายบ่อยครั้งทำให้เมือง Phalodi ในทะเลทรายธาร์ของอินเดียเป็นสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัย ทว่าแผ่นดินกว้างใหญ่ที่เปิดโล่งและแสงแดดทำให้พื้นที่ห่างไกลของรัฐราชสถานทางตะวันตกแห่งนี้เป็นสถานที่อุดมคติในการเก็บเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์

โครงการ Bhadla Solar Park ใกล้ชายแดนอินเดียกับปากีสถาน เริ่มปรากฏในภาพถ่ายดาวเทียมในปี 2558 ขณะนี้แผงโซลาร์เซลล์หลายล้านแผงปกคลุม Phalodi ทำให้ดูเสมือนพื้นโลหะบนภูมิประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทรายสีน้ำตาล เครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บน Landsat 8 จับภาพดาวเทียมสีธรรมชาติของSolar Park นี้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565

Bhadla Solar Park ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5700 เฮกตาร์ (35,625 ไร่) ซึ่งเป็นพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีกำลังการผลิตรวม 2,245 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นสวนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้รัฐราชสถานแซงหน้า Karnataka ในฐานะรัฐของอินเดียที่มีกำลังผลิตติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดตามรายงานของ Mercomm India

แม้ว่าท้องฟ้าแจ่มใสอย่างต่อเนื่องของพื้นที่จะทำให้มีแสงแดดมากมาย แต่พายุทะเลทรายบ่อยครั้งทำให้เกิดความท้าทายทางวิศวกรรมเพราะดินทรายแผงเข้าปกคลุมแผงโซลาร์เซลล์เป็นอุปสรรคต่อการผลิตไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดหลายพันตัวบนแผงควบคุม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความต้องการใช้แรงงานคนและลดปริมาณน้ำที่จำเป็นสำหรับการทำความสะอาด งานวิจัยล่าสุดบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าภาพถ่าย Landsat สามารถช่วยให้บริษัทเจ้าของโครงการระบุการสะสมของฝุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการทำความสะอาด

NASA Earth Observatory image by Lauren Dauphin, using Landsat data from the U.S. Geological Survey. Story by Adam Voiland.

References & Resources
The Hindu (2021, November 12) World’s largest solar park in Bhadla, India. Accessed February 10, 2022.
The Indian Express (2018, June 26) Catching the sun at Bhadla solar park. Accessed February 10, 2022.
Long Reads (2022, February 8) India’s solar energy transition leaves villages struggling. Accessed February 10, 2022.
Supe, H. et al (2020) Google Earth Engine for the Detection of Soiling on Photovoltaic Solar Panels in Arid Environments. Remote Sensing, 12 (9), 1466.
YSG Solar (2021, June 16) 15 Largest Solar Farms in the World in 2021. Accessed February 10, 2022.
Wired (2021, June 16) The promise and perils of the solar energy boom. Accessed February 10, 2022.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading