อุทกภัยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ในเดือนเมษายน 2024 ระบบพายุที่หมุนตัวและเคลื่อนที่ช้าได้พัดถล่มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และนำมวลฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ยฝนตกตลอดทั้งปีในเขตเมืองบางแห่ง ฝนตกหนักทําให้เกิดน้ําท่วมฉับพลันในภาคตะวันออกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระดับน้ำเอ่มท่วมถนน ขัดขวางการเดินทางและการขนส่ง ระบบพายุหมุนเข้าโจมตีโอมานก่อนในวันที่ 14 เมษายน และต่อมาในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เกือบทั้งวันในวันที่ 16 เมษายน Michael Mann นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา บอกกับสำนักข่าว Associated Press ว่าระบบความกดอากาศต่ำ 3 ระบบก่อตัวเป็นขบวนพายุหมุนที่เคลื่อนตัวช้าๆ ไปตามกระแสลมกรดซึ่งเป็นคล้ายแม่น้ําแห่งท้องฟ้าที่ขับเคลื่อนระบบสภาพภูมิอากาศ ไปยังอ่าวเปอร์เซีย ระบบความกดอากาศต่ำที่แข็งแกร่งส่งลมแรงและฝนตกหนักหลายรอบไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ บางพื้นที่ยังคงถูกน้ําท่วมในวันที่ 19 เมษายน เมื่อ Landsat 9 โคจรผ่านภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดพายุ ภาพด้านบน (ขวา) บันทึกด้วยเครื่องมือ OLI-2 (Operational Land Imager 2) ของดาวเทียม แสดงให้เห็นถึงขอบเขตน้ําท่วมใน เมือง Jebel Ali ที่ห่างออกไป 35 กิโลเมตร (22 ไมล์) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของดูไบ ภาพเป็นสีเทียม (แถบ 6-5-3) เพื่อเน้นให้เห็นมวลน้ําซึ่งปรากฏเป็นสีน้ําเงิน […]
หายนะจากอุทกภัยสุดขีดที่ยุโรป
ชุมชนในเยอรมนี เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์สะเทือนหนักหลังจากฝนในเดือนกรกฎาคมที่ตกลงมาอย่างหนักแบบสุดขีดและเกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายในหลายส่วนของยุโรปตะวันออก พื้นที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดมีปริมาณที่จริงๆ แล้วควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือน แต่ปริมาณฝนดังกล่าวกลับถล่มลงมาครั้งเดียวภายใน 24 ชั่วโมง ทุบสถิติปริมาณการตกของฝน(และน้ำฟ้า)ที่เคยบันทึกกันมาทั้งหมด ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อท่วมในระดับสูงครั้งใหม่ และก่อให้เกิดนำ้ท่วมแบบฉับพลันที่ทำลายล้าง ฝนที่ตกลงมาในช่วงกลางคืนของวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2565 สร้างความเสียอย่างหนัก หลายคนนอนหลับในช่วงที่ฝนเทลงมาอย่างหนักที่สุด และหลุดลอยไปกับกระแสน้ำที่กระหน่ำเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มีเขื่อนพัง และน้ำท่วมบ้านเรือน รายงานข่าวประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 196 คน และผู้บาดเจ็บนับพันคน และอีกหลายร้อยคนยังสูญหาย ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพเหตุอุทกภัยตามแม่น้ำมิวส์และแม่น้ำโรเออร์ เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเอ่อท่วม ผู้คนราว 5,000 คนถูกบังคับให้อพยพออกจากเมืองโรมอนด์ เมืองหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ใกล้ชายแดนเยอรมนี เขื่อนแตกบนแม่น้ำ Roer มีส่วนทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างกว้างขวาง ผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาพอสมควรเพื่อวิเคราะห์ว่าหายนะจากอุทกภัยครั้งนี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากมนุษย์หรือไม่อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ต้องอึ้งกับข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นนำไปสู่การเกิดฝนที่ตกหนักมากขึ้นและบ่อยครั้งขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก นักวิจัยและนักอุตุนิยมวิทยาบางคนยังเสนอว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงแบบแผนของกระแสลมกรด(jet stream) ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า ‘Blocking Patterns’ ซึ่งคือการที่ความกดอากาศสูงหรือความกดอากาศต่ำก่อตัวล้อมพื้นที่หนึ่งจนขัดขวางไม่ให้กระแสอากาศอื่นๆ ผ่านเข้าไป อย่างเช่นกรณีการตกอย่างหนักของฝนเป็นเวลายาวนานติดต่อกัน ที่มา : NASA […]
แดดแผดเผาในไซบีเรียและยุโรป
ขณะที่มีคลื่นความร้อนทุบสถิติในแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือในเดือนมิถุนายน 2564 บางส่วนของยุโรปและไซบีเรียก็เจอกับอุณหภูมิสูงก่อนฤดูร้อนที่จะมาถึง คลื่นความร้อนแสดงชัดเจนบนแผนที่ซึ่งระบุถึงความผิดปกติของอุณหภูมิอากาศที่ระดับพื้นผิวระหว่างวันที่ 18-25 มิถุนายน 2564 สิ่งที่ผิดแผกไปจากเดิมจะพิจารณาถึงการที่อุณหภูมิในช่วงกลางวันจะมีมากกว่าหรือน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2546-2556 พื้นที่แรเงาสีแดงแสดงถึงอุณหภูมิที่ร้อนกว่าปกติ ส่วนสีฟ้าคือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าปกติ ข้อมูลที่นำมาใช้ทำแผนที่มาจากเครื่องมือวัด Atmospheric Infrared Sounder (AIRS) บนดาวเทียม Aqua ของนาซา หนึ่งในจุดศูนย์กลางของคลื่นความร้อนอยู่ในแถบยุโรปตอนกลางและตะวันออก ในวันที่ 23 มิถุนายน 2564 สถานีอุตุนิยมวิทยาในกรุงมอสโกวัดอุณหภูมิอากาศได้ 34.8°C (94.6°F)— เป็นอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดในเดือนมิถุนายนเท่าที่มีการบันทึกมา ส่วนกรุงเฮลซิงกิของฟินแลนด์วัดอุณหภูมิที่ร้อนที่สุดในเดือนมิถุนายนได้ที่ 31.7°C/89.1°F เท่าที่มีการบันทึกกันมา ที่เบลารุส อุณหภูมิร้อนที่สุดในเดือนมิถุนายนขึ้นไปที่ 35.7°C/96.3°F และเอสโทเนีย 34.6°C/94.3°F Jennifer Francis นักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์วิจัยสภาพภูมิอากาศ Woodwell บอกว่า “คลื่นความร้อนเป็นผลมาจากแนวกระแสลมกรดแถบขั้วโลก(polar jet stream) ที่ดันขึ้นทางตอนเหนืออย่างยาวนาน เกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า ‘Blocking Patterns’ ซึ่งคือการที่ความกดอากาศสูงหรือความกดอากาศต่ำก่อตัวล้อมพื้นที่หนึ่งจนขัดขวางไม่ให้กระแส อากาศอื่นๆ ผ่านเข้าไป และก่อให้เกิดการกักความร้อนเอาไว้ในพื้นที่ ซึ่งเกิดขึ้นในแถบสแกนดิเนเวียในช่วงปีนี้ และมีส่วนทำให้เกิดอากาศร้อนที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในฟินแลนด์” พื้นที่ที่มีอุณหภูมิพื้นผิวร้อนขึ้นเห็นชัดเจนในทางตะวันออก ตามแนวชายฝั่งทะเลอาร์กติกในไซบีเรีย James Overland ซึ่งทำงานประจำการที่ NOAA’s […]
คาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มความเข้มข้นสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์และเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจก
6 things to know about carbon dioxide หากคุณตามข่าวสารด้านวิทยาศาสตร์ คุณอาจจะคุ้นเคยกับมัน ในเดือนพฤษภาคม 2561 เมื่อคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมาถึงจุดสูงสุดของปี และกลายเป็นสถิติ ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในเดือนพฤษภาคมคือ 414.7 ส่วนในล้านส่วน(ppm) จากการบันทึกที่หอสังเกตการณ์พื้นฐานด้านบรรยากาศ Mauna Loa ขององค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา(NOAA)ที่ฮาวาย ซึ่งเป็นค่าสูงสุดรายฤดูกาลในช่วง 61 ปี และเป็นปีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องกันเป็นปีที่เจ็ดจากข้อมูลของ NOAA และ the Scripps Institution of Oceanography หอสังเกตการณ์ Mauna Loa ทำการตรวจวัดคาร์บอนไดออกไซด์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2501 ทำเลที่ตั้งอันห่างไกล(สูงอยู่บนภูเขาไฟ) และไม่ค่อยมีพืชพรรณ ทำให้เป็นสถานที่ที่ดีต่อการติดตามตรวจสอบคาร์บอนไดออกไซด์เนื่องจากไม่ถูกรบกวนมากจากแหล่งกำเนิดของก๊าซในพื้นที่(มีการปล่อยออกมาจากภูเขาไฟในบางครั้ง แต่นักวิยาศาสตร์สามารถแยกแยะการวัดได้โดยง่าย) Mauna Loa เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสถานีเก็บตัวอย่างอากาศที่กระจายอยู่ทั่วโลกโดยจะทำการวัดว่ามีความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศอยู่เท่าไร ความเห็นร่วมกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักวิทยาศาสตรืด้านสภาพภูมิอากาศคือว่าความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นในบรรยากาศทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มสูงขึ้น ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น มหาสมุทรเป็นกรดมากขึ้น พายุฝน ความแห้งแล้ง น้ำท่วมและการเกิดไฟมีความสุดขั้วมากขึ้น 1) การเพิ่มขึ้นของคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในอัตราเร่ง ในแต่ละทศวรรษ ความเข้มของคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ในคริสตทศวรรษ 1960 […]