Taragraphies — Header Component

มีคนเสียชีวิตหรือต้องอพยพย้ายถิ่นจากผลกระทบโลกร้อนหรือไม่?

เป็นเรื่องยากมากที่จะวัดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเชิงปริมาณที่มีต่อมนุษย์ หายนะภัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตนับพันในแต่ละปี ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาวหรือไม่ก็ตาม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นของภาวะโลกร้อนต่อสังคมเป็นผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมเข้ากับการเพิ่มประชากร ด้วยเหตุนี้ จึงยากที่จะแยกแยะ ในทศวรรษที่จะมาถึง ภาวะโลกร้อนและผลของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะเริ่มเป็นปัจจัยกดดันผู้คนให้อพยพออกจากพื้นที่ชายฝั่งบางแห่ง เกาะที่มีพื้นที่ลุ่มต่ำนั้นประสบกับความเสี่ยงแล้ว และท้ายที่สุดเมืองหลายเมืองก็ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงเช่นกัน การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับบางประเทศ อย่างเช่น บังคลาเทศ ซึ่งมีประชากรนับล้านคนอาศัยบนแผ่นดินที่อาจจะจมอยู่ใต้น้ำก่อนสิ้นศตวรรษนี้ ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความชื้นที่มากไปและน้อยไป ปริมาณฝนโดยเฉลี่ยดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นทั่วโลก ในหลายพื้นที่ ฝนตกลงมาในระยะเวลาสั้นขึ้นแต่หนักขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเกิดอุทกภัย ขณะที่ภัยแล้งก็กลายมาเป็นภัยที่คุกคามมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฝนที่ตกลงมาและการไหลบ่าของน้ำไปบนผิวดินจะเป็นอุปสรรคของความพยายามเพื่อรับประกันการมีน้ำสะอาดใช้สำหรับประชากรที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา ภาวะโลกร้อนยังเอื้อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคติดต่อ เช่น มาเลเรีย และไข้เลือดออก องค์การอนามัยโลกประมาณว่า เฉพาะในปี พ.ศ.2543 มีผู้เสียชีวิตที่เป็นผลทั้งทางตรงและทางอ้อมจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า 150,000 คน  

ลำพูนใต้เงาอุตสาหกรรม

อ่านบันทึกความเปลี่ยนแปลงแห่งชีวิต ผู้คนและผลกระทบด้านต่าง ๆ หลังนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือถือกำเนิดที่ลำพูน click ที่นี่

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings