Taragraphies — Header Component

เข้าใจอุณหภูมิสุดขั้วปี 2024 ผ่าน 4 แผนภูมิและ 2 แผนที่

เรียบเรียงจาก How to make sense of 2024’s wild temperatureshttps://www.economist.com/graphic-detail/2025/01/10/how-to-make-sense-of-2024s-wild-temperatures from The Economist เมื่อวันที่ 10 มกราคม องค์กรหลายแห่งที่ติดตามสถานการณ์ภูมิอากาศโลกได้เผยแพร่รายงานประเมินสถานการณ์ปี 2024 ซึ่งยืนยันว่าปีนี้เป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลสมัยใหม่ และคาดว่าเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อีกทั้งยังมีวันที่ร้อนที่สุดที่เคยบันทึกไว้ในปีนี้ด้วย จากชุดข้อมูลหลัก 5 ชุดที่พยายามวัดอุณหภูมิโลก พบว่าชุดข้อมูลหนึ่งระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในปี 2023 เพิ่มขึ้นมากกว่า 1.5°C เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และในปี 2024 มีถึง 3 ชุดที่ยืนยันข้อมูลดังกล่าว ตัวเลขนี้กลายเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญ แม้ว่าข้อมูลของปีเดียวจะไม่เพียงพอสำหรับการประเมินความสำเร็จหรือความล้มเหลวของ “ความพยายามในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิให้อยู่ที่ไม่เกิน 1.5°C เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม” ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เกือบ 200 ประเทศให้คำมั่นในความตกลงปารีสปี 2015 โดยทั่วไปแล้วผู้คนมักมองไปที่แนวโน้มหรือค่าเฉลี่ยในรอบทศวรรษแทน แต่ถึงแม้ปี 2024 จะยังไม่ทำลาย “ขีดจำกัด” ตามความตกลงปารีสในแง่นั้น แต่นั่นแทบไม่มีความสำคัญ เพราะปีนี้ได้สร้างสถิติใหม่ และยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่าไม่มีสถานการณ์ที่เป็นไปได้ใดที่แนวโน้มจะไม่ทะลุขีดจำกัดดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้ แผนภูมิแรกแสดงให้เห็นว่าอุณหภูมิในแต่ละวันเปรียบเทียบกับค่าปกติในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 […]

อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกทำลายสถิติ

สรุปความจาก https://www.theguardian.com/environment/article/2024/jul/23/world-temperature-records-shattered-hottest-day-climate-crisis?CMP=Share_iOSApp_Other อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกทําลายสถิติในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมาผลจากความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ฟอสซิลและการเลี้ยงปศุสัตว์ อุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 17.09C (62.76F) จากข้อมูลเบื้องต้นโดย Copernicus Climate Change Service ที่เก็บข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 2483 ทุบสถิติอุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยรายวัน 17.08C (62.74F) ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุความแตกต่างนี้ไม่มีนัยในทางสถิติ ถัดมาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 ข้อมูลเบื้องต้นโดย Copernicus Climate Change Service ระบุ อุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ระดับ 17.15C ทุบสถิติที่ผ่านมาทั้งหมด สิ่งที่ต้องกังวลจริงๆ คือ อุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมากับบันทึกอุณหภูมิเฉลี่ยก่อนหน้านี้ที่เห็นชัดเจนว่ามีความแตกต่างกันมากเพียงใด เราอยู่ในอาณาเขตที่ไม่เคยสำรวจมาก่อน ขณะที่สภาพอากาศยังคงร้อนขึ้น เราจะต้องเห็นอุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยใหม่ถูกทําลายสถิติในเดือนและปีต่อๆ ไป อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกทําลายสถิตินี้เกิดขึ้นในขณะที่หลายส่วนของโลกเผชิญกับคลื่นความร้อนอันโหดร้ายทารุณ Zeke Hausfather นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจาก Berkeley Earth กล่าวว่าสถิติอุณหภูมิดังกล่าว […]

ในอุ้งมือของโลกเดือด

ฤดูร้อนในซีกโลกเหนือมาถึง แต่โลกยังคงเดือดต่อไป นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันก็อดดาร์ดเพื่อการศึกษาอวกาศของนาซ่ารายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่าเดือนพฤษภาคม 2567 ซึ่งเป็นเดือนพฤษภาคมที่ร้อนที่สุดในการวิเคราะห์อุณหภูมิพื้นผิวโลกของนาซ่า นับเป็นสถิติอุณหภูมิรายเดือนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตลอด 1 ปีเต็ม ในทํานองเดียวกัน NOAA เพิ่งรายงานว่าเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2567 อยู่ในอันดับที่ร้อนที่สุดในสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก 175 ปี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ซีกโลกเหนือมีอุณหภูมิพื้นผิวเฉลี่ยสูงกว่าปกติ 1.1 องศาเซลเซียส (1.9 องศาฟาเรนไฮต์) ตามการวิเคราะห์ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาจาก Climate Reanalyzer ในบริบทนี้ คลื่นความร้อนในช่วงต้นฤดูร้อนในซีกโลกเหนือนั้นหนักมาก เช่นเดียวกับอเมริกากลางและทางตะวันตกเฉียงใต้และตะวันออกของสหรัฐอเมริกาที่เผชิญคลื่นความร้อนแทบจะระเบิดในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน อุณหภูมิพื้นผิวยังทะยานขึ้นในตะวันออกกลาง เอเชียใต้ และแอฟริกา ระลอกของคลื่นความร้อนทําให้มีผู้เสียชีวิตจํานวนมาก โครงข่ายไฟฟ้าทำงานหนัก และทุบสถิติอุตุนิยมวิทยาที่มีการบันทึกไว้ แอนิเมชั่นด้านบนแสดงอุณหภูมิอากาศพื้นผิวสูงสุดรายวันทั่วแอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลางและเอเชียใต้ตั้งแต่วันที่ 15 ถึง 25 มิถุนายน 2567 จัดทำขึ้นโดยการผนวกการสังเกตด้วยดาวเทียมกับอุณหภูมิที่คาดการณ์โดยแบบจําลองระดับโลกของ Goddard Earth Observing System (GEOS) ซึ่งใช้สมการทางคณิตศาสตร์เพื่อแสดงกระบวนการทางกายภาพในชั้นบรรยากาศ พื้นที่สีแดงเข้มสุดบ่งบอกถึงอุณหภูมิมากกว่า 40°C (104°F) ตามรายงานข่าว […]

ร้อนแล้ว ร้อนอยู่ ร้อนต่อในเดือนพฤษภา 2567

การคาดการณ์อุณหภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคม 2567 พื้นที่ส่วนใหญ่ยังเผชิญกับคลื่นความร้อน ค่าความผิดปกติของอุณหภูมิเฉลี่ยพื้นผิวที่สูงอยู่ในขอบเขตความน่าจะเป็นที่ 70-100% Tercile Summary– ความน่าจะเป็นฃองฤดูกาลที่ผิดปกติ ความผิดปกติของอุณหภูมิเฉลี่ยแบ่งเป็น tercile บน (สามระดับ) หรือ tercile ล่าง (สามระดับ) ของการกระจายตัวของสภาพภูมิอากาศ 24 ปี

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings