Taragraphies — Header Component

หลังจากหนึ่งปีของการเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศอย่างหนักหน่วง ‘การเจรจาแบบย่อย (Minilateralism)’ เป็นทางเลือกหนึ่ง

เรียบเรียงจาก : https://www.japantimes.co.jp/environment/2024/12/30/climate-change/climate-talks-minilateralism-alternative/ ตั้งแต่การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพไปจนถึงการแก้ไขปัญหามลพิษจากพลาสติก การประชุมพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละครั้งในปี 2024 จบลงด้วยความผิดหวัง การปกป้องโลกเป็นความพยายามระดับโลกที่สำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประเทศต่าง ๆ เห็นพ้องที่จะดำเนินการร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หากดูจากการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศในปีนี้แล้ว ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีนัก ในปี 2024 การเจรจาเพื่อหยุดยั้งมลพิษจากพลาสติก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และยุติการกลายเป็นทะเลทรายล้มเหลวทั้งหมด ขณะเดียวกัน ข้อตกลงในการประชุม COP29 ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาไม่พอใจกับจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้เพื่อช่วยพวกเขาต่อสู้กับภาวะโลกร้อน และยังหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงความจำเป็นในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย” “มันกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จะบรรลุข้อตกลงที่ทั้งทะเยอทะยานและเป็นไปได้จริง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้” มาเรีย อิวาโนวา ผู้อำนวยการโรงเรียนด้านนโยบายสาธารณะและกิจการเมืองในเขตเมือง มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าว “ปัญหาอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษจากพลาสติกเป็นปัญหาเชิงระบบ เชื่อมโยงข้ามภาคส่วน และฝังตัวอยู่ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ” ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่การแบ่งขั้วทางการเมือง อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของบรรษัทข้ามชาติ และงบประมาณของรัฐบาลที่ตึงเครียด ทำให้ประเทศต่าง ๆ เต็มใจที่จะประนีประนอมกันน้อยลงกว่าเดิม “กว่าจะไปถึงขั้นตอนของเอกสารหรือข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันได้ มันถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลืออะไรเลยในท้ายที่สุด” ฮวน คาร์ลอส มอนเตร์เรย์-โกเมซ ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของปานามา ซึ่งเข้าร่วมการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติทั้งสี่ครั้งในปีนี้ กล่าว นี่คือภาพรวมของการเจรจาระดับโลกในประเด็นสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในปี 2024 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกือบ 200 […]

ถึงเวลาฟื้นฟูโลก เกิดอะไรขึ้นบ้างกับสิ่งแวดล้อมในช่วงไวรัสโควิดระบาด

โลกของเรายังคงถูกเขย่าจากโรคระบาดขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับคนนับล้านอย่าง Covid-19 ในขณะที่ทุกๆ วันที่ 22 เมษายนของทุกปี ทั่วโลกต่างก็เฉลิมฉลองเนื่องในวันคุ้มครองโลก(Earth Day) แม้จะดูย้อนแย้ง แต่ประเด็นทั้งสองนี้เชื่อมโยงกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมโยงระหว่างการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและโรคที่ติดเชื้อจากสัตว์สู่คน จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2564 รายงานของ WHO ระบุ การระบาดของ COVID-19 แพร่กระจายไปยัง 217 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก โดยมีผู้ป่วยยืนยันแล้ว มากกว่า 141,754,944 คนและมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,025,835 คน และจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2564 แม้มีการฉีดวัคซีนจำนวน 843,158,196 ชุดให้ประชากรโลก แต่ความทุกข์ยากและความสูญเสียทางสังคมและเศรษฐกิจจะยังคงขยายเพิ่มขึ้น โดยผลกระทบจากการระบาด ของโรคจะดำเนินสืบเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า ผลกระทบเชิงรูปธรรมของ COVID-19 ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงระบบอาหารและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ยังมีอยู่อย่างจำกัด ด้วยธีมของวันคุ้มครองโลกปี 2564 นี้คือ “ฟื้นฟูโลก(Restore Our Earth™)” เราขอยกประเด็นสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงในช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ วิกฤตมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ดำเนินการ ตามคำแนะนำที่มีอยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่ง ชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ […]

จะสูญสิ้นหรือฟื้นคืน : ความหลากหลายทางชีวภาพหลังวิกฤต Covid-19

ธารา บัวคำศรี เมื่อโลกทั้งโลกสั่นสะเทือนจากโรคระบาดขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับคนนับล้านอย่าง Covid-19 เราทุกคนต่างกังวลกับสุขภาพของตนเอง คนที่เรารัก รวมถึงคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม ในเพียงเวลาไม่กี่สัปดาห์ Covid-19 กลายเป็นวาระเร่งด่วนมากที่สุด มากกว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศหรือภัยคุกคามจากการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ หายนะภัยที่ครอบงำความสนใจของคนทั้งโลกก่อนหน้านี้ เช่น ไฟป่ามหากาฬในออสเตรเลีย หรือของสังคมไทยกรณีไฟป่าอนุรักษ์ เป็นต้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่จริงจังน้อยกว่าการระบาดของ Covid-19 ที่เรามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เช่นเดียวกับโรคระบาดครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้น ทั้งโรคเอดส์ อีโบลา โรคซาร์ส เป็นต้น แม้ว่าจะ ไม่มีหลักฐานถึงความเกี่ยวข้องโดยตรงระหว่างการอุบัติของโคโรนาไวรัสกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพที่เราเผชิญอยู่ แต่ในวาระที่วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity: IDB) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี เวียนมาบรรจบในปี 2563 นี้ คำถามที่สำคัญคือ วิกฤตโรคระบาดบอกถึงสถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพของโลกและของประเทศไทยอย่างไร ความหลากหลายทางชีวภาพ : ลึกซึ้งและกว้างขวาง องค์การสหประชาชาติได้ประกาศ “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” เพื่อรำลึกถึงวันที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity : CDB) เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ.2535 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings