ฝนที่ตกในพื้นที่ของชนพื้นเมืองแอมะซอนมีส่วนช่วยสร้างรายได้จากภาคเกษตรกรรมของบราซิลถึง 57% จากการศึกษาระบุ
จากการศึกษาครั้งสำคัญซึ่งไม่เคยมีมาก่อน พบว่า พื้นที่ของชนพื้นเมืองในแอมะซอนมีอิทธิพลต่อปริมาณน้ำฝนที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมถึง 80% ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมดในบราซิล การศึกษานี้ดำเนินการโดยนักวิทยาศาสตร์ 10 คน และได้รับการรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำของประเทศในประเด็นดังกล่าว ระบุว่า ฝนที่เกิดจากกระบวนการในพื้นที่เหล่านี้มีผลต่อเศรษฐกิจอย่างมาก โดยในปี 2021 รายได้ทางเศรษฐกิจจากภาคเกษตรกรรมในพื้นที่ที่ได้รับอานิสงส์จากฝนเหล่านี้สูงถึง 338,000 ล้านเรอัล หรือคิดเป็น 57% ของรายได้ภาคเกษตรกรรมทั้งประเทศ ข้อสรุปสำคัญคือ การอนุรักษ์พื้นที่ของชนพื้นเมืองไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และเศรษฐกิจของบราซิล การศึกษานี้จัดทำโดยกลุ่มวิจัยนิเวศวิทยาเขตร้อนจากสถาบัน Serrapilheira โดยอ้างอิงและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น MapBiomas, IBGE และ Funai ข้อมูลระบุว่า มีทั้งหมด 18 รัฐรวมถึงเขตสหพันธ์ของบราซิลที่อยู่ภายในหรือได้รับอิทธิพลจากพื้นที่ของชนพื้นเมืองในแอมะซอน (Indigenous Lands – ILs) ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในรัฐอย่างอาเกร, มาตูโกรสซู, มาตูโกรสซูดูซูล และปารานา พบว่าบางภูมิภาคมีปริมาณฝนที่เกิดจากกระบวนการรีไซเคิลน้ำโดยป่าของ ILs สูงถึงหนึ่งในสามของปริมาณน้ำฝนรายปีของพื้นที่นั้น ๆ โดยรวมแล้ว มากถึง 30% ของปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยที่ตกลงบนพื้นที่เกษตรกรรมทั่วประเทศมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับกระบวนการรีไซเคิลน้ำที่มีประสิทธิภาพในเขตเหล่านี้ ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ถือเป็นกิจกรรมที่ใช้น้ำมากที่สุดในบราซิล กล่าวอีกนัยหนึ่ง […]
จากการต่อสู้เพื่อปกป้องวาฬ แล้วกรีนพีซจะสามารถปกป้องตัวเองได้หรือไม่?
เรียบเรียงจาก Karen Zraick นักข่าว New York Time ซึ่งติดตามการพิจารณาคดีฟ้องปิดปากกรีนพีซครั้งประวัติศาสตร์ ในชั้นศาลที่ North Dakota https://www.nytimes.com/2025/03/16/climate/it-fought-to-save-the-whales-can-greenpeace-save-itself.html กรีนพีซเป็นหนึ่งในองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์การประท้วงที่ดึงดูดความสนใจมาตลอดกว่า 50 ปี นักกิจกรรมขององค์กรเคยเผชิญหน้ากับเรือล่าวาฬกลางทะเล แขวนป้ายประท้วงจากหอไอเฟล และยึดแท่นขุดเจาะน้ำมันมาแล้ว แม้แต่ในซีรีส์ Seinfeld ยังมีตัวละครนักกิจกรรม (สมมติ) ที่แล่นเรือไปกับกรีนพีซเพื่อหวังพิชิตใจเอเลน ขณะนี้ การดำรงอยู่ของกรีนพีซกำลังถูกคุกคาม: คดีความหนึ่งกำลังเรียกร้องค่าเสียหายอย่างน้อย 300 ล้านดอลลาร์ กรีนพีซระบุว่าหากแพ้คดี อาจต้องปิดสำนักงานในสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คณะลูกขุนคาดว่าจะมีคำตัดสินออกมา คดีนี้เกี่ยวข้องกับบทบาทของกรีนพีซในการประท้วงเมื่อสิบปีก่อน ต่อต้านโครงการท่อส่งน้ำมันใกล้เขตสงวนของชาวซูแห่งสแตนดิงร็อกในนอร์ทดาโคตา บริษัทเจ้าของท่อส่งน้ำมัน Energy Transfer อ้างว่ากรีนพีซสนับสนุนการโจมตีโครงการอย่างผิดกฎหมาย และเป็นผู้นำ “แคมเปญเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จอย่างมุ่งร้าย” ซึ่งทำให้บริษัทได้รับความเสียหายทางการเงิน กรีนพีซระบุว่าตนมีบทบาทเพียงเล็กน้อยและเป็นไปอย่างสันติในการประท้วงที่นำโดยกลุ่มชนพื้นเมือง และมองว่าจริงๆ แล้ว เป้าหมายของคดีนี้คือการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก ไม่เพียงแค่กับองค์กร แต่รวมถึงทั่วทั้งสหรัฐฯ โดยใช้ภัยคุกคามจากคดีความที่มีค่าใช้จ่ายสูงเป็นเครื่องมือกดดัน คดีความนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ขบวนการสิ่งแวดล้อมทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายอย่างมหาศาล การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้พายุ น้ำท่วม และไฟป่ารุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์ได้เริ่มความพยายามครั้งประวัติศาสตร์ในการล้มล้างกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมที่มีมานานหลายทศวรรษ […]
วางานูอิ : มรดกความขัดแย้งเหนือดินแดนเมฆขาวอันยาวไกล (ตอน 1 และ 2)
ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก Wanganui : Beyond the Comfort Zone, North and South Magazine. June, 1995 เขียนโดย Cate Brett (ตีพิมพ์ลงในนิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ ระหว่าง ปี พ.ศ.2538-2539) ตอนที่ 1 ความมืดสลัวแผ่เข้าปกคลุม จึงเห็นความแตกต่างอย่างที่สุดของ “ปาไกโตเร มาราเอ” หลังจากช่างภาพกลับเข้าที่พักและจัดการอย่างรีบร้อนกับข่าวชิ้นใหม่ล่าสุดของวันรุ่งขึ้น ปาไกโตเรจึงเผยบรรยากาศอีกมุมหนึ่ง เสียงเป่าหอยสังข์เรียกคนที่มาเยี่ยม(มานูฮิริ) และชาวเมารีทุกชนเผ่า(อีวี่) หลังจากอาหารมื้อเย็นให้มารวมกันอยู่รอบๆ ที่พัก(ฟาเรปูนิ) เพื่อทำพิธีสวดมนต์ในตอนค่ำ ตามด้วยการชี้แจงกฏระเบียบของมาราเอ เรื่องการเงินและการดูแลด้านอาหารและที่พักเพื่อนำไปสู่ความหมายของ “วางานูอิทางา(Wanganui Tanga)” ชายสูงวัยอาวุโสยืนและท่องคำอธิษฐานในภาษาเมารี คนทั้งหลายท่องตาม คนกลุ่มหนึ่งร้องเพลงเสียงสูงน่าขนลุกเสริมขึ้นมา สตรีวัยกลางคนและสตรีสูงวัยอาวุโสนั่งซุกตัวอยู่ในผ้าห่มกันความเย็นชื้นที่แผ่มาจากแม่น้ำวางานูอิที่ไหลเอื่อยช้า ต่างพากันเสกเป่ามนต์คาถาอันคุ้นเคยเพื่อปัดเป่าความตึงเครียดในแต่ละวัน หมายเหตุผู้แปล : ปาไกโตเรคือชื่อป้อมค่ายอันแก่แก่ของเมารี ส่วนมาราเอ คือสิ่งก่อสร้างที่เป็นหอประชุม มีการประดับประดาด้วยศิลปะแบบเมารี เป็นศูนย์กลางสำคัญของชุมชน หรือหมายถึงพื้นที่กลางแจ้งใช้สำหรับการพบปะและชุมนุมในโอกาสต่างๆ และมีสถานที่ที่ใช้ร่วมกันรวมทั้งหอประชุม เมารีเข้ายึดสวนสาธารณะโมวทอซึ่งเป็นพื้นเดิมของป้อมค่าย จึงเรียกว่า […]