Taragraphies — Header Component

“ถ่านหิน” และ “พลังงานสกปรกอื่นๆ” : โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพีที่มาบตาพุดและการหลอกขายถ่านหินครั้งใหญ่

ที่มาบตาพุดมีโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งชื่อว่า “บีแอลซีพี” โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้มีกำลังการผลิต 1,434 เมกกะวัตต์ ดำเนินการโดยบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัดบนพื้นที่ถมทะเลของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ไฟฟ้าที่ผลิตได้ขายให้กับ กฟผ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี เป็นโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระซึ่งร่วมทุนระหว่างบริษัทบ้านปูจำกัด(มหาชน) ร้อยละ 50 และบริษัทไชน่าไลท์เพาเวอร์ (CLP) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ฮ่องกง อีกร้อยละ 50 ซึ่งต่อมามีการซื้อขายเปลี่ยนหุ้นให้กับบริษัทเอ็กโก โครงการเริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2546 บริษัทมิตซูบิชิเฮพวี่อินดัสทรีร่วมกับบริษัทมิตซูบิชิได้รับการว่าจ้างโดยบริษัทบีแอลซีพีในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า พื้นที่ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ถมทะเลห่างจากฝั่ง 3 กิโลเมตร และพื้นที่ชุมชนที่ใกล้ที่สุดราว 4 กิโลเมตร โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 1.37 พันล้านเหรียญสหรัฐซึ่งเป็นเงินกู้โดยตรงจำนวน 245 ล้านเหรียญสหรัฐ จากธนาคารญี่ปุ่นเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศ(JBIC)โดยเป็นการร่วมให้กู้(co-financing)กับธนาคารเอกชน และมี Nippon Export and Import Insurance (NEXI) ให้เงินประกัน 163 ล้านเหรียญสหรัฐในส่วนของการให้กู้โดยธนาคารเอกชน และเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชียอีกจำนวนกว่า 140 ล้านเหรียญสหรัฐและการรับประกันความเสี่ยงทางการเมืองอีกราว 70 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการร่วมให้กู้กับธนาคารเอกชนอีกหลายแห่ง นอกจากนี้ […]

ถ่านหินสะอาด เมื่อหมาบินได้ (3)

เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด(Clean Coal Technology) อ้างถึงเทคโนโลยีที่ต้องการลดมลพิษ แต่ก็ไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใดที่สะอาดจริงๆ ถ่านหินสะอาดคือวิธีการปล่อยทิ้งมลพิษจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งในที่สุดก็ยังคงปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมอยู่นั่นเอง เมื่อใดก็ตามที่มีการเผาไหม้ถ่านหิน ก็จะมีการปล่อยสารปนเปื้อนออกมา ซึ่งอาจอยู่ในรูปของเถ้าลอย ก๊าซที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ น้ำเสีย หรือกากของเสียที่ถูกทิ้งไว้หลังการเผาไหม้ ท้ายที่สุดล้วนแต่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม โครงการถ่านหินสะอาดเกิดขึ้นครั้งแรกในปลายทศวรรษที่ 1980 อันมีสาเหตุมาจากฝนกรด โครงการนี้พุ่งเป้าไปที่การลดปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และออกไซด์ของไนโตรเจน (NOX) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฝนกรด (6) และปัจจุบันนี้ก็ยังมีความพยายามหยิบยกเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดขึ้นมาพูดเพื่อส่งเสริมให้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลักต่อไป ชุมชนหลายต่อหลายแห่งได้ร้องเรียนต่อผู้สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่พวกเขาเหล่านั้นมักจะเพิกเฉยเนื่องจากได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐซึ่งไม่ใส่ใจในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นกัน แม้ว่าจะใช้เวลาวิจัยนับทศวรรษ และเสียงบประมาณการลงทุนทำการทดลองที่สหรัฐฯไปถึง 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดที่สามารถทำให้ถ่านหินสะอาดได้ รัฐบาลออสเตรเลียใช้งบประมาณ 500,00 เหรียญออสเตรเลียต่อปีในการส่งเสริมให้มีการส่งออกถ่านหินจากออสเตรเลียให้กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดมีราคาแพง และไม่ได้แก้ปัญหาจากการทำเหมืองถ่านหินหรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบรรเทาเบาบางลงได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นการทำวิจัยเรื่องถ่านหินสะอาดยังจะเป็นการเบี่ยงเบนการลงทุนซึ่งควรจะสนับสนุนพลังงานสะอาดสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแท้จริง โครงการถ่านหินสะอาดเกิดขึ้นครั้งแรกในปลายทศวรรษที่ 1980 อันมีสาเหตุมาจากฝนกรด โครงการนี้พุ่งเป้าไปที่การลดปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และออกไซด์ของไนโตรเจน (NOX) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของฝนกรด และปัจจุบันนี้ก็ยังมีความพยายามหยิบยกเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดขึ้นมาพูดเพื่อส่งเสริมให้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานหลักต่อไป

ว่าด้วยเมืองเชอริบอน

เมืองเชอริบอนเป็นเมืองขนาดกลางของบนเกาะชวา มีประชากร 3 แสนคน เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งทางชายฝั่งเกาะชวาทางตอนเหนือ อยู่ทางตะวันออกของเมืองบันดุง เมืองหลวงของชวาตะวันตก 138 กิโลเมตร และห่างจากกรุงจาการ์ตาประมาณ 250 กิโลเมตร เมืองนี้เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อระหว่างเมืองบันดุงกับจาการ์ตา กับเมืองอื่น ๆ ในชวาตอนกลางและชวาตะวันออก ชื่อของเมืองมาจากคำพื้นเมืองในแถบซุนดา(Sundanese) หมายถึง แม่น้ำกุ้ง ‘Shrimp River’ คงเป็นเพราะมีแม่น้ำและทะเลที่อุดมสมบูรณ์ เมืองเชอริบอนยังรุ่มรวยไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผสมผสานกันทั้งยุโรป(น่าจะเป็นชาวดัชท์ที่มาครองแผ่นดินนี้หลายร้อยปี) อาราบิก, จีน, ชวาและซุนดา คำขวัญของเมืองคือ Unity in Diversity เมืองเชอริบอนเป็นพื้นที่แห่งเดียวในเขตชวาตะวันตกมีท่าเรือน้ำลึกที่เชื่อมต่อเส้นทางการค้าทางทะเลทั้งในและต่างประเทศ และนี่เองก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่มีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่มาตั้งอยู่ เพราะสามารถขนถ่ายถ่านหินจากเหมืองถ่านหินบนเกาะกาลิมันตันมาที่นี่ได้โดยง่าย เชอริบอนยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่อง “ผ้าบาติก” ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของศิลปะแขนงนี้ในอินโดนีเซีย ชุมชนท้องถิ่นที่นี่เป็นมิตร มีอัธยาศัยงดงาม พวกเขาดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุข เฉกเช่นกับชุมชนหลาย ๆ แห่งในไทยและในเอเชีย พวกเขารวมตัวกันต่อสู้กับสิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับวิถีชีวิตนั่นคือโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน คำประกาศชุมชนต่อต้านถ่านหินและสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดได้เกิดขึ้นที่นี่ เพื่อเป็นหลักหมายของการต่อสู้รณรงค์ของประชาชนในเอเชียเพื่อยุติถ่านหิน

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings