เปลี่ยนป่าในโบลิเวีย
ภูมิภาค Tierras Bajas ในโบลิเวียเป็นพื้นที่ที่มีแบบแผนการใช้ที่ดินที่โดดเด่นที่สุดในโลก นับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา การทำลายป่าที่มีลักษณะรูปทรงกังหันและสี่เหลี่ยมผืนผ้าได้สร้างภูมิทัศน์ป่าแห้ง Chiquitano ทางตะวันออกของ Santa Cruz de la Sierra ดาวเทียม Landsat จับภาพสีธรรมชาติของพื้นที่นี้ในปี 2529 และ 2565 แบบแผนการทำลายป่าปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ และโบลิเวียทำงานเพื่อโยกย้ายผู้อพยพที่ยากจนจากที่ราบสูง Andean (Altiplano) ไปยังพื้นที่ลุ่มนี้ ตามการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงที่ดินที่เผยแพร่โดยนักวิจัยของ NASA การตั้งถิ่นฐานในช่วงต้นปี 2513 และต้นคริสตทศวรรษ 1980 โดยทั่วไปประกอบด้วยอาคารไม่กี่หลัง โบสถ์ บาร์ สนามฟุตบอล ทุ่งนาและทุ่งหญ้าไม่กี่แห่งที่ผู้คนทำการเกษตรเพื่อยังชีพขนาดเล็ก ความไม่มั่นคงทางการเมืองทำให้โครงการตั้งถิ่นฐานที่เป็นทางการในช่วงคริสตทศวรรษ 1980 หยุดลง แต่คลื่นของการตั้งถิ่นฐานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันยังคงดำเนินต่อไป ผู้ย้ายถิ่นยังคงเดินทางมาจากอัลติพลาโนซึ่งพวกเขารวมตัวกันในการตั้งถิ่นฐานอย่างไม่เป็นทางการในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวเมนโนไนต์จากเม็กซิโก ซึ่งเริ่มอพยพมาที่บริเวณนี้ในช่วงคริสตทศวรรษ 1960 และ 1970 ยังคงเดินทางถึงตลอดช่วงคริสตทศวรรษ 1980 และ 1990 เป็นจำนวนมาก พวกเขาสร้างอาณานิคมใหม่ขึ้นในพื้นที่โดดเดี่ยวซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะมีจุดตัดไม้ทำลายป่ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ดลอดออกมาจากศูนย์กลางหมู่บ้านและถนน เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี นักลงทุนจากต่างประเทศและในประเทศได้ย้ายเข้ามาและจัดตั้งฟาร์มขนาดใหญ่ที่เคลียร์พื้นที่กว้างสำหรับพืชผลโดยเฉพาะถั่วเหลือง […]
การฟอกเขียวและกลลวงคาร์บอนใต้โฉมหน้า Net Zero ของไทย
Net zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) กลายเป็นคำฮิตที่ฟังดูเท่ (buzz word) โดยเฉพาะหลังจากการประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ(COP26) ที่กลาสโกว์ สหราชอาณาจักรปลายปี 2564 ซึ่งนายอะล็อก ชาร์มา ประธาน COP26 ประกาศผลสำเร็จว่า พันธะกรณี net zero นั้นครอบคลุมมากกว่า 90% ของจีดีพี(GDP)โลก และมี 153 ประเทศทั่วโลกรวมถึงจีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย [1] เสนอเป้าหมายใหม่ในการลดก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2573 [2] กล่าวได้ว่า net zero กำลังเขย่าการเมืองว่าด้วยสภาพภูมิอากาศโลก เพราะก่อนหน้านี้ แนวคิดดังกล่าวยังเป็นไอเดียในแวดวงวิทยาศาสตร์ ส่วนนักการเมืองและผู้กำหนดนโยบายมองว่าเป็นเรื่องสุดขั้วด้วยซ้ำไป จนกระทั่งปี 2558 มีการกล่าวถึง net zero แบบอ้อมๆ ในตอนท้ายของความตกลงปารีส(COP21) ต่อมาปี 2560 สวีเดนประกาศตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2588 จะบรรลุถึง net zero หลังจากนั้น หลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสก็ทะยอยประกาศ […]
ควันไฟป่าพรุปกคลุมบอร์เนียว ก่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศและผลกระทบสุขภาพ
หลังจากช่วงต้นฤดูกาลไฟอันเงียบงันในอินโดนีเซีย การขยายตัวของจุดเกิดไฟในกาลิมันตันและสุมาตราในช่วงเดือนกันยายน 2562 นี้ ก่อให้เกิดควันพิษหนาทึบจากการเผาไหม้ป่าพรุครอบคลุมไปทั่วทั้งภูมิภาค จากรายงานข่าว โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดและหยุดการเรียน สานามบินหลายแห่งต้องยกเลิก เปลี่ยนเส้นทางและเลื่อนเที่ยวบินจากการที่หมอกควันไฟป่าขยายปกคลุมทั้งบอร์เนียวและสุมาตรา ภาพจากเครื่องมือ MODIS(The Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Aqua ของนาซา จับภาพเกาะบอร์เนียวในวันที่ 15 กันยายน 2562 ควันไฟป่าทำให้คุณภาพอากาศเลวร้ายมากขึ้นจนต้องมีการประกาศเตือนประชาชนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพ จุดเกิดไฟจำนวนมากเกิดขึ้นในกาลิมันตันซึ่งมีพื้นที่มหาศาลเป็นดินป่าพรุ ดาวเทียม/ดูบันทึกภาพหลักฐานการเกิดไฟป่าพรุตลอดช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่จำนวนและความเข้มข้นของไฟป่าพรุขยายเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน ฤดูกาลไฟในกาลิมันตันและสุมาตราเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมเนื่องจากมีการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและเศษเหลือจากการทำไม้เพื่อแผ้วถางพื้นที่เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ในกาลิมันตัน ส่วนใหญ่จะเป็นการเตรียมพื้นที่เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันและไม้โตเร็วสำหรับเยื่อกระดาษ เครื่องมือ The Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพด้านล่าง แสดงให้เห็นไฟที่กำลังไหม้ในพื้นที่อุตสาหกรรมปาล์มทางตอนใต้ของบอร์เนียว แผนที่ด้านล่างแสดงข้อมูลคาร์บอนอินทรีย์ในวันที่ 17 กันยายน 2652 ที่ทำขึ้นจากแบบจำลอง GEOS forward processing (GEOS-FP) ซึ่งประมวลผลจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายทางอากาศและการสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน ในการประมวลผลเพื่อหาคาร์บอนอินทรีย์ นักสร้างแบบจำลองใช้ข้อมูลละอองลอยและการเกิดไฟ แบบจำลอง GEOS […]
อินโดนีเซีย อาร์เจนตินาและบราซิลมีอัตราการทำลายป่าไม้สูงสุด
อินโดนีเซียเป็นประเทศเดียวในประชาคมอาเซียน 10 ประเทศ ที่อยู่กลุ่มประเทศ G20 (G20 ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 เป็นกลุ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้บริหารธนาคารกลางจากประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 19 ประเทศ รวมกับสหภาพยุโรป เวทีประชุมสุดยอด G20 ถือว่าเป็นเวทีประท้วงของกลุ่มองค์กรต่อต้านโลกาภิวัตน์ด้วย ในรายงาน The Brown to Green Report ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยและองค์กรพัฒนาเอกชนกว่า 14 แห่ง จับตาดู G20 เรื่องความโปร่งใสของปฏิบัติการกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศ รายงานบอกว่า มีช่องว่างใหญ่มากระหว่างแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มประเทศ G20 และการคงให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่เพิ่มากไปกว่า 1.5 เซลเซียส แหล่งพลังงานขั้นปฐมภูมิของกลุ่มประเทศ G20 ถึง 82% มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไม่มีกลุ่มประเทศไหนในกลุ่ม G20 ที่ตั้งเป้าระบบพลังงานหมุนเวียน 100% ภายในปี 2050 อินโดนีเซีย อาร์เจนตินาและบราซิลมีอัตราการทำลายป่าไม้สูงสุด เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมฟอสซิลในกลุ่มประเทศ G20 เป็นจำนวน 147,000 ล้านเหรียญ ในกรณีของอินโดนีเซีย เมื่อดูจากนโยบายที่มีอยู่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็ยังจะเพิ่มขึ้นไปอีก(แม้ว่าจะไม่รวมการปล่อยจากภาคป่าไม้) […]