บทบาทของ Rosatom ต่อแผนการนิวเคลียร์ของพม่า

ในข้อตกลงระหว่างรัฐบาลสหพันธรัฐรัสเซียและรัฐบาลสาธารณรัฐสหภาพเมียนมาว่าด้วย “หลักการความร่วมมือในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กบนดินในเขตสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา” ซึ่งลงนามที่กรุงมอสโกวันที่ 4 มีนาคม 2568 คู่ภาคีจะร่วมมือกันในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กบนดิน (ซึ่งจะเรียกว่า “АСММ”) ในเขตสาธารณรัฐสหภาพเมียนมา มีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 110 เมกะวัตต์ ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่าจะใช้เครื่องปฏิกรณ์น้ำแรงดัน(Pressurized Water Reactor)ของรัสเซียและในมาตรา 4 ของข้อตกลง เราจะเห็นตัวละครที่มีบทบาทสำคัญโดยฝ่ายรัสเซียคือ Rosatom และ Rostekhnadzor(หน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์-nuclear regulatory authority) ฝ่ายเมียนมาคือ คณะกรรมการโครงการนิวเคลียร์แห่งชาติและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Rosatom (Государственная корпорация по атомной энергии «Росатом» หรือ State Atomic Energy Corporation “Rosatom”) คือรัฐวิสาหกิจที่เป็น “แขนขาด้านนิวเคลียร์” ของรัสเซียทั้งในเชิงเศรษฐกิจ พลังงานและการทูต ภายในประเทศ Rosatom ผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ประมาณ 20% ของความต้องการไฟฟ้ารัสเซีย ระหว่างประเทศ Rosatom ใช้ “การทูตนิวเคลียร์” เป็นเครื่องมือสร้างอิทธิพลโดยทำสัญญาและก่อสร้างโรงไฟฟ้าในหลายประเทศ คาดว่าเครื่องปฏิกรณ์น้ำแรงดัน(Pressurized Water […]

อองซานซูจี พม่าและโลกออนโลน์

อีกครั้งหนึ่งที่นิตยสารไทม์รวมนางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่าเข้าไปในรายชื่อของบุคคลที่ทรงอิทธิพลหนึ่งร้อยคนของโลกในปีนี้ เป็นครั้งที่สี่ที่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยท่านนี้มีชื่อจัดอยู่ในอันดับต้นของโลก โดยที่นิตยสารไทม์ได้วางแผงแล้วในสัปดาห์นี้ (18 เมษายน) นิตยสารไทม์ซึ่งจัดนางอองซานซูจีให้อยู่ในรายชื่อ 100 อันดับได้มีขึ้นในปี 2004, 2008 และ 2011 ได้ยกย่องเธอในฐานะผู้นำฝ่ายค้านที่มีเจตจำนงอันยาวนานเพื่อปฏิรูปประเทศของเธอให้เปิดกว้างขึ้นหลังจากเกือบครึ่งศตวรรษของการปกครองโดยเผด็จการทหาร Madeleine Albright อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาหนึ่งในผู้เขียนบทความในนิตยสารไทม์เขียนว่า “ซูจีคือผู้นำทางการเมืองกับการตัดสินใจภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเมืองที่เปราะบาง ความกล้าหาญของเธอในการยืนหยัดขัดขืนและมีชัยเหนือการกดขี่บังคับได้มอบความหวังให้กับผู้คนทั้งหลายผู้รักเสรีภาพ” อองซานซูจี นักกิจกรรมที่ผันมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ได้รับการโหวตร้อยละ 61  ในการลงคะแนนเสียงออนไลน์ซึ่งปิดการโหวตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 เมษายน) คะแนนโหวตออนไลน์ของอองซานซูจีสูสีกับเลดี้กากา และมีคะแนนมากกว่าลาร์รี่ เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มิเชล โอบามา และโอปาร์ วินฟรีย์ เพื่อเข้ารอบสุดท้าย ชัยชนะของการโหวตบนโลกออนไลน์ของอองซานซูจีเกิดขึ้นได้ถึงแม้ว่าการเข้าถึงอินเตอร์เนตในประเทศพม่ายังต่ำอยู่มาก เพียงร้อย 1 ของประชากร 60 ล้านคนเท่านั้นที่เข้าถึงอินเตอร์เนตได้ อย่างไรก็ตาม การเปิดให้โหวตซ้ำหลายครั้งได้ก็เป้นปัจจัยสำคัญ ชาวเนตในพม่าและในต่างแดนโหวตให้อองซานซูจีโดยคลิกที่ภาพของเธอ แสดงถึงความนิยมชมชอบในตัวของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและช่วยกันดันให้ประเทศพม่าเป็นจุดสนใจของประชาคมโลก Oakkar Ko Ko ผู้โหวตให้อองซานซูจีบอกว่า เขากดเมาท์คลิกบนเว็บไชต์ของนิตยสารไทม์ไปมากกว่า 30 ครั้ง เขาต้องทำเพราะว่าเลดี้กากามีแฟนนับล้าน ในขณะที่มีคนใช้อินเตอร์เนตบนมือถือราว 200,000 รายทั้งประเทศพม่า เลดี้กากามีคนติดตามผ่านทวิตเตอร์ […]

เลือกตั้งพม่า : เป็นอิสระจากความกลัว

พอได้มาทำงานที่กรีนพีซ ผมไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับพม่า โดยเฉพาะเรื่องการเมืองของเขา ผมทึกทักเอาเองว่า ภายใต้ระบอบปกครองเผด็จการทหารแบบละมุน โอกาสที่ประชาธิปไตยจะลืมตาอ้าปากที่นั่นคงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่า ประชาธิปไตยนั้นมิใช่เพียงแค่เรื่องการเลือกตั้ง จะว่าไปแล้ว ทั้งๆ ที่ผมยึดหลัก “ความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง” ผมเองก็ประเมินพลาดไปมากทีเดียว ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ผมไม่ใด้มีความเชี่ยวชาญเรื่องพม่าแต่ประการใด ความเห็นของผมต่อไปนี้มาจากการประสบการณ์จากการทำงานกับผู้คนต่างๆ ที่ผูกพันกับเรื่องราวของพม่า 1) ในทางภูมิศาสตร์ ผมรู้จักพม่าเพียงด้านเดียวคือพม่าทางด้านตะวันออกที่มีพรมแดนติดกับไทยยาวเหยียดกว่าพันกิโลเมตร ผมรู้จักแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำเมย แม่น้ำเงาและระบบนิเวศอินโด-พม่าที่มีลักษณะเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่คุณวีระศักดิ์ ยอดระบำ นักเขียนสารคดีคนโปรดของผมพาไปแนะนำให้รู้จัก ผมรู้จัก “ปลาตูหนา” หรือ “ปลาไหลหูดำ” (ชนเผ่ากระเหรี่ยงเรียกว่า “หย่าที”) ซึ่งเป็นปลาที่อพยพขึ้นลงไปวางไข่ตรงชะวากทะเลที่ซึ่งแม่น้ำสาละวินมาบรรจบกับอ่าวเมาะตะมะ ที่สำคัญคือผมไม่เคยเดินทางไปถึงใจกลางของพม่า ดังนั้นผมจึงรู้จักพม่าเพียงด้านเดียวในทางภูมิศาสตร์ ด้วยเหตุนี้ คนไทยหลายคนจึง “งง” เมื่อเจอเรื่องราวของ “ชนเผ่าโรฮิงยา” ที่เป็นประเด็นร้อนในเรื่องสิทธิมนุษยชนของอาเซียนในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เราไม่ค่อยรู้เพราะว่าพวกเขามาจากอีกฟากหนึ่งของพม่าซึ่งมีพรมแดนติดบังคลาเทศและอินเดีย 2) ในทางประวัติศาสตร์ ผมถูกสอนในเรียนรู้เรื่อง “ไทยรบพม่า” และกว่าจะรู้เรื่อง “พม่ารบไทย” ก็ตอนโตแล้ว นี่ยังไม่นับถึงประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเล็กคนน้อยที่ไม่ถูกบันทึกและลืมเลือนไปท่ามกลางกาลเวลา 3) ในทางเศรษฐกิจ ผมได้แต่อ่านหนังสือของอีเอฟชูมาร์กเกอร์เรื่อง “small is […]

โครงการเหมืองถ่านหินใหญ่สุดของพม่าก่อมลพิษต่อชุมชนใกล้ทะเลสาบอินเลที่มีชื่อเสียง

โครงการเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินใหญ่สุดของพม่า ตั้งอยู่ห่างจากทะเลสาบอินเลที่มีชื่อเสียงของพม่า 13 ไมล์ และกำลังก่อให้เกิดมลพิษต่อแหล่งน้ำ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของชาวบ้าน ทำให้พวกเขาพลัดที่นาคาที่อยู่ ตามรายงานของข้อมูลที่เผยแพร่ในวันนี้ รายงาน หมอกพิษ (Poison Clouds) ของนักวิจัยชาวปะโอในพื้นที่ เปิดเผยให้เห็นว่าในแต่ละวันที่เหมืองเปิดที่บ้านตีจิตมีการขุดถ่านหินลิกไนต์มากถึง 2,000 ตัน โดยเป็นถ่านหินที่ก่อมลพิษมากสุด มีการนำถ่านหินเหล่านี้ไปเผาผลาญในโรงไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดเถ้าปลิวพิษ 100-150 ตันต่อวัน กองกากของเสียจากเหมืองมีความสูงกว่าบ้านเรือนของประชาชน 3,000 คน ทั้งยังปิดกั้นทางน้ำไหลและทำให้เรือกสวนไร่นาปนเปื้อนด้วยมลพิษ การแพร่กระจายของฝุ่นและก๊าซรวมทั้งที่เป็นพิษเกิดขึ้นทั่วไปตามท้องถนนในพื้นที่ และเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อคุณภาพอากาศ จนถึงปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาผื่นคันตามผิวหนัง “ท้องฟ้าและสายน้ำของเรากำลังกลายเป็นสีดำ” ขุนชางเคแห่งองค์กรเยาวชนชาวปะโอ (Pa-Oh Youth Organization – PYO) กล่าว “ลูกหลานของเราที่ต้องเติบโตในผืนดินที่เต็มไปด้วยมลพิษจะมีอนาคตได้อย่างไร” ประชาชนเกือบ 12,000 คนอาศัยอยู่ในรัศมีห้าไมล์จากโครงการ มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะต้องโยกย้ายออกเพราะไม่สามารถทนต่อมลพิษและการขยายโครงการเหมืองออกไปได้ ที่บ้านไหลค่าและตองโพลาซึ่งอยู่ใกล้เคียง ก็ถูกบังคับให้โยกย้ายออกไปแล้ว โดยทางการได้เวนคืนที่ดินทำกินกว่า 500 เอเคอร์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าตีจิตถูกนำไปใช้กับโครงการเหมืองที่เป็นของบริษัทจากรัสเซียและอิตาลี เป็นลักษณะการพัฒนาภาคพลังงานของพม่าที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่เพื่อการพัฒนาของประชาชน แต่เพื่อขายให้กับผู้เสนอราคาสูงสุด “รัฐบาลกำลังใช้ทรัพยากรพลังงานเพื่อผลกำไรของตนเอง ปล่อยให้เราต้องเผชิญกับมลพิษและความแตกสลายของชุมชน” ขุนชางเคกล่าว “ควรมีการยุติโครงการนี้ […]