(ร่าง) กฏหมายและแผนบางฉบับที่ค้างท่อในสมัยรัฐบาลที่ อะไรน่าจะได้ไปต่อ
(ร่าง) กฏหมายและแผนบางฉบับที่ค้างท่อในสมัยรัฐบาลที่แล้ว(ที่เราจับตาดูอยู่) อะไรน่าจะได้ไปต่อ (ร่าง) กฏหมายโลกร้อนซึ่ง ครม อนุทินที่แล้วมีมติเห็นชอบ เมื่อ ครม ภายใต้รัฐบาลใหม่ตั้งขึ้น ก็น่าจะผ่านฉลุย เราก็จะได้เห็นระบบการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและตลาดคาร์บอน ตลอดจน false solution ราคาแพงทั้งหลายที่ยึดโยงอยู่กับแผน PDP ใหม่ ที่ สนพ. เตรียมเสิร์ฟให้ ครม อนุทินใหม่ (ร่าง) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2026-2050) ที่ออกแบบมาเพื่อให้เอื้อต่ออุตสาหกรรมฟอสซิลได้ฟอกเขียวตัวเองแบบหมดจด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียมาผสมกับก๊าซฟอสซิล การดักจับและกักเก็บคาร์บอน และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก รวมถึงเขื่อนในประเทศเพื่อนบ้านแบบหนักมาก ที่น่าสนใจกว่าคือการครอบงำระบบพลังงานหมุนเวียนแบบกินรวบไว้คนเดียว รวมถึงเทคโนโลยีสกปรกอย่างโรงงานเผาขยะ ล้อไปกับ (ร่าง) กฏหมายโลกร้อนที่เน้นการบริหารจัดการคาร์บอน (ร่าง) กม. อากาศสะอาด เราไม่ค่อยได้ตามในรายละเอียด แต่เซาะกราวด์ดูแล้ว พอกลับเข้ากระบวนการรัฐสภาอีกครั้ง เราไม่ค่อยแน่ใจว่ารัฐบาลผสมที่มีภูมิใจไทยเป็นคุมเกมจะเล่นตลกอะไรอีก ยังไม่นับเรื่อง Big Business ที่อาจมีอะไร “แหวงๆ” ออกมาอีก (ร่าง) กม.PRTR อันนี้ น่าจะเป็นลูกผีลูกคนที่สุด ยกเว้นเสียแต่ว่ารัฐบาลใหม่ จะมี […]
จดหมายถึงบรรณาธิการ – อธิคม คุณาวุฒิ
สิ่งที่ส่งมาด้วย “Exposure : Portrait Of A Corporate Crime” และเอกสารเรื่อง 20 ปีเหตุการณ์โภปาล นี่เป็นจดหมายค่อนข้างจะเป็นทางการของผมในรอบหลายปีที่เป็น “จดหมายถึงบรรณาธิการ” ผมติดตาม A Day Weekly มาตั้งแต่ต้นโดยตลอด (ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นสมาชิก) จดหมายฉบับนี้ส่งมาพร้อมกับหนังสือภาพเล่มใหญ่ “EXPOSURE : PORTRAIT OF A CORPORATE CRIME” ซึ่งเป็นผลงานของช่างภาพชั้นนำคนหนึ่งในอินเดียชื่อ Raghu Rai ที่จัดพิมพ์เผยแพร่โดยกรีนพีซสากล/อินเดีย วันที่ 2 ธันวาคม 2547 ที่จะมาถึงนี้เป็นวันครบรอบ 20 ปีของหายนะภัยของอุตสาหกรรมเคมีซึ่งเกิดขึ้นที่จากก๊าซพิษรั่วไหลจากโรงงานบริษัทยูเนียนคาร์ไบด์(ปัจจุบันยุบรวมกับบริษัทดาว เคมิคอล) ที่เมืองโภปาล รัฐมัธยประเทศ อินเดีย คงคล้าย ๆ กับหลายเหตุการณ์ที่ในแต่ละปีจะมีการรำลึกกันโดยเฉพาะปีที่ 20 แต่สำหรับกรณีโภปาล นอกจากมันถูกเรียกว่า “ฮิโรชิมาแห่งอุตสาหกรรมเคมี” แล้ว (มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์จนถึงปัจจุบันราว 20,000 คน – เฉลี่ยวันละคน, เด็กรุ่นหลังที่เกิดตามมาเผชิญกับปัญหาสุขภาพ และผู้รอดชีวิตอีกราวแสนห้าหมื่นคนยังคงต้องได้รับการรักษาและเยียวยา หลังเกิดเหตุการณ์ โรงงานถูกสั่งปิดและทิ้งกากสารพิษไว้จนถึงปัจจุบันโดยไม่ได้รับผิดชอบใด ๆ และน้ำใต้ดินที่ชุมชนรอบ ๆ ใช้มีการปนเปื้อนสารพิษในระดับสูง) หายนะภัยดังกล่าวยังเป็น “เสียงปลุกให้พวกเราทั้งหมดในอุตสาหกรรมตื่นขึ้น” ตามคำกล่าวอ้างของรองประธานฝ่ายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของบริษัทดาวเคมิคอล แต่แท้ที่จริงชาวโภปาลก็ไม่ได้เห็นอะไรเกิดขึ้นจากคำพูดดังกล่าว หลังเกิดเหตุการณ์ที่โภปาลในปี พ.ศ.2527 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐอเมริกา การผลักดันอย่างเข้มแข็งของประชาชนและองค์กรสิ่งแวดล้อมทำให้รัฐบาลอเมริกันต้องออกกฎหมายการวางแผนฉุกเฉินและสิทธิในการรับรู้ข้อมูลของชุมชนในปี พ.ศ. 2529 เพื่อสนับสนุนความพยายามการวางแผนฉุกเฉินในชุมชน ปรับปรุงการเตือนภัยฉุกเฉินในกรณีที่เกิดสารเคมีอันตรายรั่วไหลและพัฒนาฐานข้อมูลการปล่อยสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมออกสู่สิ่งแวดล้อม ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ คนอเมริกันและคนทั่วโลกมีสิทธิที่จะรู้ว่าอุตสาหกรรมที่ดำเนินการในสหรัฐฯ ปล่อยสารเคมีชนิดไหนออกมาและเป็นอันตรายอย่างไร (สามารถค้นหาได้จากเวบไซต์ ถึงแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม ข้อมูลทางเวบไซต์เข้าถึงยากขึ้นหลังจากเหตุการณ์ 11 กันยายนเพราะมาตรการป้องกันการก่อการร้าย) […]
