ผลกระทบโลกร้อนและสงครามกลางเมืองในซีเรีย
ซีเรียเผชิญชะตากรรมจากสงครามกลางเมืองตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศย่างกรายสร้างผลกระทบ ภัยแล้งเข้าปกคลุมประเทศในช่วงปี 2006 ถึง 2011 ปริมาณฝน/น้ำฟ้าที่ตกลงมาในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศต่ำกว่า 20 เซนติเมตรต่อปี เป็นปริมาณต่ำสุดของฝนที่จำเป็นต่อการเกษตรกรรมที่ไม่มีระบบชลประทาน เกษตรกรต้องขุดหาน้ำใต้ดินจากแหล่งใหม่นับร้อยนับพัน ผลคือระดับน้ำใต้ดินลดลงเรื่อยๆเกินกว่าจะสูบขึ้นมาใช้ได้ USDA Foreign Agricultural Service, Commodity Intelligence Report, May 9, 2008] พื้นที่บางแห่งการทำเกษตรกรรมต้องยุติลง พื้นที่อื่นๆ ประสบความล้มเหลวของการการผลิตด้านเกษตรกรรมถึงร้อยละ 75 มากถึงร้อยละ 75 ของปศุสัตว์ตายจากการขาดน้ำและความหิวโหย ชาวนาซีเรียนับแสนยอมจำนนกับสถานการณ์ ทิ้งไร่นาและเดินทางมาหางานทำ(ที่แทบจะไม่มี)ในเมืองและประสบกับการขาดแคลนแหล่งอาหาร นักสังเกตการณ์ภายนอกและผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นประมาณว่ามีชาวซีเรีย 2 ถึง 3 ล้านคน ในจำนวน 10 ล้านคนที่อยู่ในชนบทนั้นมีสถานะอยู่ในขั้นยากจนอย่างสุดขั้ว ผู้อพยพชาวซีเรียในประเทศพบว่าพวกเขาต้องสู้แข่งขันเพื่อหาอาหาร น้ำและงานที่มีจำกัด มิใช่เพียงกับผู้อพยพด้วยกันเอง หากแต่เป็นผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้านที่มาอยู่อาศัยก่อนแล้วด้วย ซีเรียเป็นที่หลบภัยของชาวปาเลสไตน์กว่า 2 แสนคน และอีกกว่าแสนคนที่ลี้ภัยสงครามและการเข้ายึดครองอิรัก ชาวนาที่อพยพเข้ามาก่อนโชคดีกว่าที่ได้งานเป็นคนเร่ขายของหรือคนทำความสะอาดถนน ความสิ้นหวังในห้วงเวลานั้น ความไม่สงบก็เกิดขึ้นในกลุ่มผู้อพยพเพื่อแข่งขันที่จะอยู่รอด ความอยู่รอดเป็นเรื่องหลัก เจ้าหน้าที่อาวุโสของ FAO ในซีเรีย อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2008 […]
