อุตสาหกรรมพลาสติกใช้อิทธิพลในการหว่านล้อมการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกอย่างไร?

การเจรจาจัดทำสนธิสัญญาพลาสติกโลกกลายเป็นเวทีแห่งอิทธิพลของบรรษัท บริษัทปิโตรเคมีและเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เกรงว่าการผลิตพลาสติกจะถูกจำกัดต่างก็ระดมการล็อบบี้อย่างซับซ้อน—ไม่เพียงรอบห้องเจรจา แต่เข้าไปถึงภายใน หลายๆ สนธิสัญญา แต่ยุทธวิธีเดิมๆ การขัดขวางที่เห็นในการเจรจาสนธิสัญญาพลาสติกโลกสะท้อนพฤติกรรมของอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย ตามรายงานของศูนย์กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (CIEL) อุตสาหกรรมฟอสซิลและปิโตรเคมีกำลังใช้ยุทธวิธีเดิม คือ นี่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างของผู้ก่อมลพิษที่จะวางตัวเองเป็น “พันธมิตร” ในการแก้ไขวิกฤติ ขณะเดียวกันก็ขัดขวางมาตรการที่จำเป็นต่อการจัดการปัญหา ยุทธวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้แก่ การผลักดันการรีไซเคิลทางเคมี แม้มีหลักฐานชัดเจนว่าก่อมลพิษและไม่สามารถทำได้ในระดับเชิงพาณิชย์ การสนับสนุนโครงการทำความสะอาดเชิงสัญลักษณ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการผลิตที่เพิ่มขึ้น และการผลักดันวาทกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้คำมั่นสัญญาที่คลุมเครือเรื่องการรีไซเคิลและการใช้ซ้ำมาเป็นข้ออ้างในการขยายการผลิตต่อไป หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจ คือ “พันธมิตรเพื่อยุติขยะพลาสติก” (Alliance to End Plastic Waste: AEPW) ในปี 2024 การสืบสวนของ Greenpeace Unearthed เปิดโปงการฟอกเขียวของพันธมิตรนี้ ซึ่งมีสมาชิกผู้ก่อตั้งรวมถึงเชลล์ เอ็กซอนโมบิล ดาว และโททาลเอเนอร์จี ขณะที่ AEPW โปรโมตโครงการทำความสะอาดในประเทศโลกใต้ สมาชิกเพียงห้ารายของพันธมิตรกลับผลิตพลาสติกมากกว่าปริมาณที่อ้างว่ากู้คืนได้ถึง 1,000 เท่าในช่วงเวลา 5 ปี การสืบสวนยังเผยว่า AEPW ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เฉพาะเพื่อเบี่ยงการถกเถียงเชิงนโยบายระดับโลกออกจากมาตรการลดพลาสติกที่มีผลผูกพัน ไปสู่แนวทางการจัดการขยะที่อุตสาหกรรมต้องการ ผู้เล่นในอุตสาหกรรมยังทำงานเบื้องหลังเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายภายในประเทศ ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ […]

สนธิสัญญาสหประชาชาติมุ่งลดการผลิตพลาสติก แต่อุตสาหกรรมน้ำมันยักษ์ใหญ่ตั้งเป้าขัดขวาง

18 ก.พ. (รอยเตอร์) – ประเทศสมาชิกสหประชาชาติมีกำหนดจะประชุมกันในเดือนนี้ที่กรุงไนโรบีเพื่อร่างพิมพ์เขียวสำหรับสนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก ความตกลงที่ประเทศต่างๆ ร่วมกันเป็นครั้งแรกเพื่อลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ผลิตขึ้นและนำมาใช้ สนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก หรือ Global Plastics Treaty นี้ ถือเป็นความตกลงด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปี 2558 การเพิ่มปริมาณมหาศาลของพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งซึ่งทำมาจากน้ำมันและก๊าซทั่วโลก ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น เป็นภัยคุกคามต่อมหาสมุทรโลก สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และก่อมลพิษปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร มากกว่า 50 บูรณาการมาตรการต่างๆ ที่มุ่งไปสู่การลดการผลิตพลาสติก นั่นเป็นปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและเคมีรายใหญ่ ซึ่งคาดหวังว่าจะเพิ่มการผลิตพลาสติกเป็นสองเท่าทั่วโลกในสองทศวรรษข้างหน้า ตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก เช่น ExxonMobil Corp, Royal Dutch Shell Plc และ Dow Inc แสดงถึงการสนับสนุนความตกลงระดับโลกนี้เพื่อจัดการกับมลพิษพลาสติก อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลอีเมลและการนำเสนอของบริษัท รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หลายสิบคนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาโดยสำนักข่าว Reuters ระบุว่า เบื้องหลังองค์กรการค้าเหล่านี้คือกำลังวางแผนกลยุทธ์เพื่อเกลี้ยกล่อมผู้เข้าร่วมการประชุมว่าด้วย Global Plastics Treaty ให้ปฏิเสธเงื่อนไขใดๆ ที่จะจำกัดการผลิตพลาสติก ตามข้อมูลจากอีเมลเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ส่งจากกลุ่มการค้าไปยังรายชื่อผู้รับที่ปิดบังไว้ สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับสำเนาอีเมลดังกล่าวจากพนักงานของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ พบว่า […]