แพลงก์ตอนชายฝั่งทะเลขยายตัวครอบคลุมพื้นที่ 31.5 ล้านตารางกิโลเมตรหรือร้อยละ 9 ของพื้นที่มหาสมุทรทั้งหมด

การเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรแพลงก์ตอนพืชทำให้เราสามารถเห็นมันเป็นสีน้ำเงิน เขียว หรือแดงที่สดใส ครอบคลุมพื้นที่ทะเลหลายพันตารางกิโลเมตร แม้ว่าแพลงก์ตอนพืชจะมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตบนโลก แต่บางครั้งแพลงก์ตอนเหล่านี้สามารถคุกคามระบบนิเวศชายฝั่ง การประมง และสุขภาพของมนุษย์จากการปล่อยสารพิษและทำให้ออกซิเจนในทะเลลดลง การวิจัยล่าสุดพบว่าแพลงก์ตอนพืชขยายตัวและเกิดบ่อยขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 21 ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้วิเคราะห์ภาพถ่ายจาก the Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Aqua ของ NASA ย้อนหลัง 18 ปีเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลระดับโลกแห่งแรกของแพลงก์ตอนพืชชายฝั่งในช่วงปี 2546 ถึง 2563 ฐานข้อมูลจะบันทึกเวลาและสถานที่ที่เกิดการขยายของแพลงก์ตอนขึ้น หลังจากวิเคราะห์ภาพ MODIS 760,000 ภาพ ทีมวิจัยพบว่าการโตของแพลงก์ตอนพืชตามแนวชายฝั่งของ 126 ประเทศ เกิดขึ้นบ่อยขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ทำการศึกษา และเพิ่มขนาดขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ การขยายตัวของแพลงก์ตอนตามแนวชายฝั่งทะเลครอบคลุมพื้นที่ 31.5 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9 ของพื้นที่มหาสมุทรทั้งหมด แผนที่ด้านบนแสดงแนวโน้มความถี่ของแพลงก์ตอนพืชบริเวณชายฝั่งในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา พื้นที่สีแดงคือจุดที่แพลงก์ตอนเริ่มขยายบ่อยขึ้น แนวโน้มนี้ถูกสังเกตทั่วทั้งซีกโลกใต้และในละติจูดสูงของซีกโลกเหนือ อ้างอิงจาก Lian Feng ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยและเป็นศาสตราจารย์ที่ Southern […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings