Taragraphies — Header Component
แบบแผนการเปลี่ยนแปลงการขยายตัวของแพลงก์ตอนตามแนวชายฝั่งทะเลทั่วโลกระหว่างปี 2546-2563

การเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากรแพลงก์ตอนพืชทำให้เราสามารถเห็นมันเป็นสีน้ำเงิน เขียว หรือแดงที่สดใส ครอบคลุมพื้นที่ทะเลหลายพันตารางกิโลเมตร แม้ว่าแพลงก์ตอนพืชจะมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตบนโลก แต่บางครั้งแพลงก์ตอนเหล่านี้สามารถคุกคามระบบนิเวศชายฝั่ง การประมง และสุขภาพของมนุษย์จากการปล่อยสารพิษและทำให้ออกซิเจนในทะเลลดลง การวิจัยล่าสุดพบว่าแพลงก์ตอนพืชขยายตัวและเกิดบ่อยขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 21

ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติได้วิเคราะห์ภาพถ่ายจาก the Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Aqua ของ NASA ย้อนหลัง 18 ปีเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลระดับโลกแห่งแรกของแพลงก์ตอนพืชชายฝั่งในช่วงปี 2546 ถึง 2563 ฐานข้อมูลจะบันทึกเวลาและสถานที่ที่เกิดการขยายของแพลงก์ตอนขึ้น

หลังจากวิเคราะห์ภาพ MODIS 760,000 ภาพ ทีมวิจัยพบว่าการโตของแพลงก์ตอนพืชตามแนวชายฝั่งของ 126 ประเทศ เกิดขึ้นบ่อยขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วงที่ทำการศึกษา และเพิ่มขนาดขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ การขยายตัวของแพลงก์ตอนตามแนวชายฝั่งทะเลครอบคลุมพื้นที่ 31.5 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 9 ของพื้นที่มหาสมุทรทั้งหมด

แผนที่ด้านบนแสดงแนวโน้มความถี่ของแพลงก์ตอนพืชบริเวณชายฝั่งในช่วงเวลาที่ทำการศึกษา พื้นที่สีแดงคือจุดที่แพลงก์ตอนเริ่มขยายบ่อยขึ้น แนวโน้มนี้ถูกสังเกตทั่วทั้งซีกโลกใต้และในละติจูดสูงของซีกโลกเหนือ อ้างอิงจาก Lian Feng ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยและเป็นศาสตราจารย์ที่ Southern University of Science and Technology ในเซินเจิ้น จีน

ทีมงานวิจัยพบว่าการไล่ระดับสีในอุณหภูมิผิวน้ำทะเลซึ่งใช้เป็นตัวกลางในการผสมกันของน้ำทะเล มีความสัมพันธ์กับความถี่ของการขยายตัวของแพลงก์ตอน แพลงก์ตอนพืชเจริญเติบโตด้วยสารอาหารที่เกิดจากการผสมของน้ำที่เย็นกว่าซึ่งอยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรกับน้ำอุ่นที่อยู่ด้านบน ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่าการไหลขึ้น

ความถี่ของแพลงก์ตอนที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดบางส่วนเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับกระแสน้ำในละติจูดสูง เช่น กระแสน้ำ Oyashio ในทะเลญี่ปุ่นและกระแสน้ำในอ่าวอลาสก้า แต่กระแสน้ำบางกระแส เช่น กระแสน้ำแคลิฟอร์เนียในมหาสมุทรแปซิฟิกทำให้ลดการไหลขึ้นของกระแสน้ำซึ่งทำให้แพลงตอนขยายตัวน้อยลง การใช้ปุ๋ยและการขยายการผลิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งซึ่งเพิ่มสารอาหารให้กับพื้นที่ชายฝั่งก็มีความสัมพันธ์กับการโตของแพลงตอนตามแนวชายฝั่งในบางประเทศ แม้ว่าความสัมพันธ์นี้จะไม่ชัดเจนในทุกพื้นที่ชายฝั่ง

แพลงก์ตอนพืชเป็นพื้นฐานของชีววิทยามหาสมุทรและภูมิอากาศ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในผลผลิตของแพลงก์ตอนเหล่านี้อาจมีอิทธิพลอย่างมากต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การประมง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่นำเสนอแผนที่โลกที่ครอบคลุมเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของแพลงก์ตอนพืชบริเวณชายฝั่งซึ่งทำขึ้นจากการสำรวจระยะไกล

อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการนี้ไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างแพลงก์ตอนพืชชนิดที่ไม่เป็นอันตรายและชนิดที่สร้างสารพิษหรือเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล แต่การเปิดตัว Plankton, Aerosol, Cloud, ocean Ecosystem (PACE) mission ของ NASA ในอนาคต ซึ่งจะทำการตรวจวัดมหาสมุทรของโลกในช่วงความยาวคลื่นที่กว้างขึ้น จะช่วยให้นักวิจัยแยกแยะชนิดของแพลงก์ตอนพืชได้

NASA Earth Observatory image by Lauren Dauphin, using data from Dai, Yanhui, et al. (2023). Gulf of Alaska image by Norman Kuring, using MODIS data from NASA EOSDIS LANCE and GIBS/Worldview. Story by Emily Cassidy.

References & Resources

Dai, Y., et al. (2023) Coastal phytoplankton blooms expand and intensify in the 21st century. Nature, 615, 280–284.
Feng, L. (2023) Coastal algal blooms have intensified over the past 20 years. Nature.
NASA Earth Observatory (2023, March 30) Putting the Red in Red Tide.
NASA Earth Observatory (2017, May 7) A Spring Bloom in the Gulf of Alaska.
NASA Earth Observatory What are Phytoplankton?

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading