ไฟป่า 11 ปีในประเทศไทย

การตรวจจับจุดความร้อนโดยเซ็นเซอร์ VIIRS บนดาวเทียม และนำมาวิเคราะห์ผ่านอัลกอริธึมของ global Forest Watch ระบุว่า ระหว่างวันที่ 2 มกราคม 2555 จนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 มีจุดความร้อนในพื้นที่ประเทศไทยรวมกันทั้งสิ้น 295,703 จุด เฉพาะวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565-27 กุมภาพันธ์ 2566 พบจุดความร้อน 40,759 จุด คิดเป็น 13% ของจุดความร้อนทั้งหมดในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 65% ของจำนวนจุดความร้อนเฉลี่ยต่อปี (ปี 2555-2566) สรุปง่ายๆ คือปี 2565-2566 มีไฟเกิดขึ้นขยายวงมากที่สุดในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา และแน่นอนไฟที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่า เมื่อพูดถึงไฟป่า เชิญชวนให้อ่าน ไฟป่าอนุรักษ์ : ผลพวงของนโยบายที่ผิดพลาดและสัญญานเตือนของภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ ได้ที่นี่ https://bit.ly/3L3GYXF หมายเหตุ : การแสดงข้อมูลการแจ้งเตือนไฟ(fire […]

วัฐจักรไฟ

บนโลกมีบางสิ่งที่ลุกไหม้อยู่เสมอ ไฟป่าเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือจากฝีมือมนุษย์ และผู้คนใช้ไฟที่สามารถควบคุมได้เพื่อจัดการพื้นที่เพาะปลูกและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ และแผ้วถางพืชพรรณธรรมชาติเพื่อการเพาะปลูก ไฟก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจำนวนมาก ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และทำให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรมโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ไฟยังสามารถกำจัดพุ่มไม้ที่ตายแล้วและกำลังจะตาย ซึ่งช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมามีสุขภาพที่ดีได้ ในระบบนิเวศหลายแห่ง รวมถึงผืนป่าโบเรียลและทุ่งหญ้า พืชมีวิวัฒนาการร่วมกับไฟและต้องการการเผาไหม้เป็นระยะๆ เพื่อขยายพันธุ์ แผนที่ไฟแสดงตำแหน่งของไฟที่กำลังลุกไหม้ทั่วโลกรายเดือน โดยอ้างอิงจากการสังเกตจาก Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ของ NASA สีของพิกเซลขึ้นอยู่กับการนับจำนวน (ไม่ใช่ขนาด) ของไฟที่สังเกตได้ในพื้นที่ 1,000 ตารางกิโลเมตร พิกเซลสีขาวแสดงค่าสูงสุดของการนับ — มากถึง 30 จุดในพื้นที่ 1,000 ตารางกิโลเมตรต่อวัน พิกเซลสีส้มแสดงไฟได้มากถึง 10 จุด ในขณะที่พื้นที่สีแดงแสดงไฟเพียง 1 จุดต่อวัน รูปแบบทั่วโลกบางส่วนที่ปรากฏในแผนที่ไฟเมื่อเวลาผ่านไปเป็นผลมาจากวัฏจักรตามธรรมชาติของปริมาณน้ำฝน ความแห้งแล้ง และฟ้าผ่า ตัวอย่างเช่น ไฟที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเป็นเรื่องปกติในป่าทางเหนือของแคนาดาในฤดูร้อน ในส่วนอื่นๆ ของโลก รูปแบบต่างๆ เป็นผลมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น การเผาไหม้ที่รุนแรงในใจกลางของอเมริกาใต้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงตุลาคมเป็นผลมาจากการจุดไฟโดยมนุษย์ ทั้งโดยเจตนาและโดยบังเอิญ ในป่าฝนแอมะซอนและ […]

คุณภาพอากาศในอเมริกาใต้แย่ลงจากการเกิดไฟในบราซิลที่เพิ่มมากขึ้น

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนไฟป่าโดยรวม ทางแถบตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิลเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และกำลังส่งผลให้คุณภาพอากาศในอเมริกาใต้แย่ลง ภาพด้านบนแสดงระดับของก๊าซคาร์บอนมอนน็อกไซด์ในบรรยากาศซึ่งตรวจวัดโดยเครื่องมือวัดบนดาวเทียม Sentinel5-P ระหว่างวันที่ 20 และ 24 สิงหาคม 2565

คลื่นความร้อนรุมเร้ายุโรป แอฟริกาและเอเชีย

เดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2565 คลื่นความร้อนจู่โจมยุโรป แอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลางและเอเชีย โดยอุณหภูมิไต่ระดับขึ้นไปมากกว่า 40 องศาเซลเซียส(104 องศาฟาเรนไฮต์) ในหลายพื้นที่ และทุบสถิติอุณหภูมิสูงสุดเดิมที่เคยมีมายาวนาน แผนที่ด้านบนแสดงแบบจำลองอุณหภูมิอากาศในซีกโลกด้านตะวันออกเกือบทั้งหมดในวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 เป็นข้อมูลจาก Goddard Earth Observing System Model, Version 5 (GEOS-5) ซึ่งเป็นแบบจำลองบรรยากาศระดับโลกที่ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เพื่อวิเคราะห์กระบวนการทางกายภาพใกล้พื้นผิวโลกและในชั้นบรรยากาศ ในยุโรปตะวันตกซึ่งเผชิญกับภันแล้งรุนแรงอยู่ก่อนแล้ว คลื่นความร้อนได้เร่งให้ไฟขยายวงกว้างทั่วโปรตุเกส สเปนและบางส่วนของฝรั่งเศส ในโปรตุเกส อุณหภูมิทะลุไปถึง 45 องศาเซลเซียส(113 องศาฟาเรนไฮต์) ในวันที่ 13 กรกฎาคม ในเมือง Leiria มีไฟป่าไหม้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 3,000 แฮกตาร์ (7,400 เอเคอร์) กว่าครึ่งประเทศตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ทีมดับไฟฟ่าต้องเข้าจัดการกับไฟป่า 14 พื้นที่ ภาพด้านบนแสดงจุดเกิดไฟในโปรตุเกสและสเปนซึ่งตรวจจับโดยเครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บน ดาวเทียม Suomi NPP ในวันที่ 12 […]