การตรวจจับจุดความร้อนโดยเซ็นเซอร์ VIIRS บนดาวเทียม และนำมาวิเคราะห์ผ่านอัลกอริธึมของ global Forest Watch ระบุว่า ระหว่างวันที่ 2 มกราคม 2555 จนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 มีจุดความร้อนในพื้นที่ประเทศไทยรวมกันทั้งสิ้น 295,703 จุด

เฉพาะวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565-27 กุมภาพันธ์ 2566 พบจุดความร้อน 40,759 จุด คิดเป็น 13% ของจุดความร้อนทั้งหมดในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 65% ของจำนวนจุดความร้อนเฉลี่ยต่อปี (ปี 2555-2566)

สรุปง่ายๆ คือปี 2565-2566 มีไฟเกิดขึ้นขยายวงมากที่สุดในช่วง 11 ปีที่ผ่านมา และแน่นอนไฟที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่า

เมื่อพูดถึงไฟป่า เชิญชวนให้อ่าน ไฟป่าอนุรักษ์ : ผลพวงของนโยบายที่ผิดพลาดและสัญญานเตือนของภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ ได้ที่นี่ https://bit.ly/3L3GYXF

หมายเหตุ : การแสดงข้อมูลการแจ้งเตือนไฟ(fire alert)จากจุดความร้อน ย้อนหลัง 24 ชั่วโมง 48 ชั่วโมง 72 ชั่วโมง หรือ 7 วัน

(จุดความร้อนหมายถึงพื้นที่ที่มีค่าความร้อนสูงผิดปกติ หากตำแหน่งที่ตรวจพบเป็นไฟ ก็จะมีรังสีความร้อนทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนโดยให้ค่าสัมพันธ์กัน แต่หากจุดที่เซนเซอร์ตรวจพบเป็นการสะท้อนรังสีความร้อนจากหลังคาโรงงานหรือวัตถุขนาดใหญ่อื่นๆ เฉพาะในช่วงเวลากลางวัน ระบบก็อาจจะไม่นับว่าจุดความร้อนนั้นคือไฟ)

ข้อมูลจุดความร้อน VIIRS เป็นเครื่องมือติดตามตรวจสอบจุดความร้อนอันล่าสุดสำหรับ FIRMS (ข้อมูลจุดความร้อนสำหรับระบบการจัดการทรัพยากร) ซึ่งระบุตำแหน่งจุดความร้อนทั่วโลกในเวลาใกล้เคียงกับเวลาจริง ข้อมูลถูกรวบรวมจากเซ็นเซอร์ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียมและประมวลผลด้วยอัลกอริธึมการตรวจจับจุดความร้อนเพื่อระบุไฟที่เกิดขึ้นอยู่ แต่ละจุดบนแผนที่แทนพิกเซลขนาด 375 เมตรที่อัลกอริทึมตั้งค่าสถานะไว้

ข้อมูลจาก VIIRS นำมาใช้แทนที่ระบบ MODIS ซึ่งใช้เก็บรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนก่อนหน้านี้ใน Global Forest Watch ข้อมูล VIIRS มีความละเอียดเชิงพื้นที่สูงกว่า (พิกเซล 375 เมตร เทียบกับพิกเซล 1 กิโลเมตร) ซึ่งช่วยปรับปรุงการตรวจจับจุดความร้อนขนาดเล็กและประมาณขอบเขตจุดความร้อนที่เชื่อถือได้มากขึ้น ข้อมูล VIIRS ยังได้รับการปรับเทียบให้ดีขึ้นเพื่อตรวจจับจุดความร้อนในเวลากลางคืน

ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นสามารถดูและดาวน์โหลดได้ในช่วง 24 ชั่วโมง 48 ชั่วโมง หรือ 7 วันที่ผ่านมา ข้อมูลจุดความร้อนในอดีตสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ NASA FIRMS ตั้งแต่กลางปี 2559

การแจ้งเตือนไฟ แต่ละครั้งมีค่าความเชื่อมั่นต่ำ น้อย หรือสูง เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ประเมินคุณภาพของฮอตสปอต/พิกเซลไฟแต่ละจุด

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading