Taragraphies — Header Component

แสงแห่งชวา

ภาพถ่ายกลางคืนแนวเฉียงของหมู่เกาะชวา อินโดนีเซียโดยนักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ จากการที่ชายฝั่งเรืองรองไปด้วยแสงของเมือง หมู่เกาะชวาโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดของมหาสมุทรอินเดีย เกาะชวาเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ด้วยประชากรกว่า 141 ล้านคน เกาะชวาจึงเป็นเกาะที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในโลก ชวาเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซุนดาซึ่งเป็นแนวเขตภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่ก่อตัวเป็นแนวหมู่เกาะ ภูเขาไฟเป็นบริเวณที่จำกัดการขยายตัวของพื้นที่ประชากรแน่นหนาและสามารถแยกแยะได้ชัดเจนในช่วงเวลากลางคืนจากขอบดำที่รายรอบไปด้วยแสงของเมือง หมู่เกาะที่มีประชากรหนาแน่นเหล่านี้ตกอยู่ในความเสี่ยงจากการปะทุของภูเขาไฟ แผ่นดินไหวและสึนามิอันเนื่องมาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกของแผ่นดินที่ก่อตัวเป็นเกาะแก่ง เขตเมืองที่ส่องสว่างมากที่สุดในยามค่ำคืนคือสุราบายา เมืองหลวงของชวาตะวันออก ซึ่งเป็นเมืองท่าและเมืองใหญ่เป็นอันดับสองบนเกาะชวา ท่าเรือ Tanjung Perak ที่สุราบายาเป็นท่าเรือที่จอแจมากที่สุดเป็นอันดับสองของอินโดนีเซีย เรือเข้าออกท่าโดยขนส่งสินค้า 33 ล้านตันและผู้โดยสาร 9 ล้านคนต่อปี แสงที่เป็นจุดและเป็นกลุ่มๆ รอบๆ เกาะชวาคือแสงของเรือเดินสมุทรและเรือประมง เรือประมงใช้แสงไฟสีต่างๆ เพื่อล่อปลา หมึกและแพลงตอน หมายเหตุ:ภาพถ่ายของนักบินอวกาศ(Astronaut photograph ISS056-E-6994) ได้มาในวันที่ 9 มิถุนายน 2561 โดยใช้กล้องดิจิตอล Nikon D5 digital ที่มีเลนส์ 28 มม. แปลเรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/92666/lights-of-java

ภาพถ่ายดาวเทียมติดตามเรือประมงเถื่อน(นอกน่านน้ำ)จากประเทศไทยในมหาสมุทรอินเดีย

โดย Kimbra Cutlip 16 มกราคม 2560 http://skytruth.org/2017/01/satellites-leave-no-place-to-hide-for-rogue-thai-fishing-fleet/ แม้ว่าการติดตามตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายจะยากเย็นแสนเข็ญในพื้นที่อันห่างไกลอย่าง ซายา เดอ มาฮา แบงก์ ซึ่งเป็นเขตน้ำตื้นไหล่ทวีปนอกชายฝั่งมหาสมุทร แต่ไม่มีอะไรเป็นความลับว่าเกิดอะไรขึ้นในเขตอันห่างไกลของมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันออกของมาดากัสการ์ เดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา กรีนพีซเปิดเผย รายงาน ที่ระบุว่ากองเรือประมงนอกน่านน้ำของไทยเคลื่อนย้ายพื้นที่ทำการประมงเพื่อหลบหลีกการติดตามตรวจสอบและการจับกุมโดยเฉพาะในส่วนที่เชื่อมโยงกับการทำประมงผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ และกองเรือประมงนอกน่านน้ำดังกล่าวเข้าไปจับปลาในเขต ซายา เดอ มาฮา แบงก์ห่างไกลจากท่าเรือขึ้นปลาในประเทศไทยเป็นระยะทางกว่า 7,000 กิโลเมตร อย่างที่รู้กัน เห็นแล้วจึงจะเชื่อ และโดยความร่วมมือกับ DigitalGlobe เราได้รับภาพถ่ายดาวเทียมที่มีรายละเอียดสูงซึ่งสนับสนุนการยืนยันของกรีนพีซและเปิดเผยให้เห็นว่าเรือประมงมีการเคลื่อนไหวอย่างไร นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา เราได้บันทึกกองเรือประมงของไทยที่มารวมกันในทำเลที่ตั้งแห่งหนึ่งในเขตซายา เดอ มาฮา แบงก์ เพื่อขนถ่ายปลา รายงาน “พลิกวิกฤต:การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการทำประมงผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมการประมงนอกน่านน้ำของประเทศไทย” ระบุถึงการเคลื่อนย้ายของกองเรือประมงนอกน่านน้ำของไทย จากน่านน้ำของอินโดนีเซียที่ใช้ทำมาหากินมาอย่างยาวนาน ไปสู่น่านน้ำอันห่างไกลนอกชายฝั่งปาปัวนิวกีนี และไปสู่ ซายา เดอ มาฮา แบงก์ ในเวลาต่อมา อันเป็นผลมาจากการปราบปรามการประมงผิดกฏหมายของรัฐบาลอินโดนีเซียในปี 2557 ซึ่งรวมถึง ปฏิบัติการระเบิดเรือประมงผิดกฏหมาย […]

Smoke Engulfs Singapore

On June 19, 2013, NASA’s Terra and Aqua satellites captured striking images of smoke billowing from illegal wildfires on the Indonesian island of Sumatra. The smoke blew east toward southern Malaysia and Singapore, and news media reported that thick clouds of haze had descended on Singapore, pushing pollution to record levels. Singapore’s primary measure of […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings