การสังเกตการณ์โลกผ่านอาณาจักรสัตว์

การออกแบบระบบสังเกตการณ์โลกเป็นแบบฝึกหัดในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ดาวเทียมอาจรวบรวมข้อมูลในความละเอียดเชิงพื้นที่ที่ดี ที่ความถี่สูงในแง่ของเวลา หรือมีช่วงความยาวคลื่นกว้าง แต่ไม่ใช่ข้อมูลทั้งสามแบบในคราวเดียวกัน ระบบภาคพื้นดิน เช่น สถานีตรวจอากาศ สามารถรวบรวมข้อมูลที่หลากหลายได้บ่อยครั้ง แต่เป็นการสุ่มตัวอย่างเพียงตําแหน่งเดียวและสถานีตรวจอากาศภาคพื้นดินมีการกระจายไม่เท่ากันทั่วโลก มีอีกแนวทางหนึ่งในการรวบรวมการสังเกตการณ์โลก สิ่งที่สามารถเติมเต็มช่องว่างข้อมูลสภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ คือ “อาณาจักรสัตว์” ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งมีชีวิตหลายหมื่นตัว ตั้งแต่นกกระสาและกวางคาริบู ไปจนถึงช้างและแมวน้ํายักษ์ ถูกติดเซ็นเซอร์เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมัน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่มืดทึบ มีเมฆมาก ปกคลุมด้วยน้ําแข็ง หรือผืนป่าที่หนาแน่นเกินไปที่ดาวเทียมจะบันทึกได้ หรือพื้นที่กันดาร ห่างไกล หรือไม่เอื้ออํานวยให้มนุษย์เข้าถึง นักวิทยาศาสตร์กําลังตระหนักถึงพลังของการสังเกตสัตว์มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อปรับปรุงการตรวจสอบสภาพอากาศและเปิดเผยกระบวนการของโลกในรายละเอียดที่ละเอียดยิ่งขึ้น “สัตว์เป็นองค์ประกอบสําคัญของการสังเกตโลก” นักนิเวศวิทยา ดิเอโก เอลลิส โซโต(Diego Ellis Soto) นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่มหาวิทยาลัยเยลและ NASA FINESST (นักวิจัยในอนาคตของ NASA Earth and space Science and Technology) กล่าว ในบทความล่าสุดใน Nature Climate Change เอลลิส โซโตและเพื่อนร่วมงานได้วางแผนกรณีศึกษาและวิสัยทัศน์ในการทําให้ข้อมูลการติดตามสัตว์เป็นส่วนหนึ่งของชุดเครื่องมือมาตรฐานเพื่อการศึกษาโลกของเรา การเริ่มต้นคือพิจารณาว่า การศึกษาเพียงสปีชีส์เดียวในพื้นที่ใดพื้นหนึ่งของโลกจะสามารถรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมเชิงพื้นที่และเชิงเวลาที่ไม่เหมือนใครได้อย่างไร […]

ก๊าซเรือนกระจกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมีแต่เพิ่ม

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2566 โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามการประมาณการจากทีมนักวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการปล่อยมลพิษคาร์บอนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเผาไหม้น้ํามัน ถ่านหิน และก๊าซฟอสซิลกําลังขัดขวางความคืบหน้าในการหลีกเลี่ยงวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การค้นพบนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบวัฏจักรคาร์บอนของโลกประจําปีที่เรียกว่า Global Carbon Budget ในการประเมินประจําปีนี้ นักวิทยาศาสตร์จะวัดปริมาณคาร์บอนที่เติมลงในชั้นบรรยากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และปริมาณคาร์บอนที่ถูกกําจัดออกจากชั้นบรรยากาศและเก็บไว้บนบกและในมหาสมุทร การวิเคราะห์ข้อมูลปี 2566 เบื้องต้นของนักวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าการปล่อยคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้น 1.1 % ในปี 2566 เมื่อเทียบกับระดับปี 2565 ทําให้การปล่อยก๊าซฟอสซิลทั้งหมดในปี 2566 เป็น 36.8 พันล้านเมตริกตันของคาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อรวมแหล่งอื่นๆ เช่น การตัดไม้ทําลายป่าและฤดูไฟป่าที่รุนแรงในแคนาดา การปล่อยคาร์บอนทั้งหมดในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 40.9 พันล้านเมตริกตัน ทั้งปี 2566 และ 2565 มีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล ตามการวิเคราะห์ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกมุ่งไปในทิศทางที่ผิดซึ่งเราจําเป็นต้องจํากัดภาวะโลกร้อน” Ben Poulter ผู้เขียนร่วมของรายงานและนักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์การบินอวกาศ Goddard ของ NASA กล่าว ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นจากประมาณ 278 ส่วนต่อล้านส่วนในปี 2293 (ค.ศ. […]

มลพิษทางอากาศ วิกฤตสภาพภูมิอากาศและสุขภาพ

แปลเรียบเรียงจาก https://www.stateofglobalair.org/news-events/critical-moment-air-pollution-climate-and-health?fbclid=IwAR3fCvnWD8QXCuNEOVilwFWlVvq-uIjbMOLmz81n72fUn4OZ7yHzxBSZjq4 COP28 ที่ดูไบ จัดให้วันหนึ่งในช่วงสัปดาห์แรกเป็น “วันแห่งสุขภาพ(Day of Health)” แม้ว่าผลกระทบด้านสุขภาพของวิกฤตสภาพภูมิอากาศจะแตกต่างกันไป แต่ผลกระทบจากการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศก็เป็นที่รู้จักกันดี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไฟป่าครั้งใหญ่ คลื่นความร้อนที่รุนแรง และพายุฝุ่นที่เกิดถี่ขึ้นได้พิสูจน์แล้วว่าสร้างความเสียหายต่อคุณภาพอากาศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เหตุการณ์ดังกล่าวได้เพิ่มการสัมผัสมลพิษทางอากาศให้กับผู้คนหลายล้านคน ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สําคัญต่อสาธารณะสุขและความเป็นอยู่ที่ดี เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วนี้ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพอากาศ สภาพภูมิอากาศ และสุขภาพเชื่อมโยงกันมากน้อยเพียงใด แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศก็ยังเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกร่วม (รูปที่ 1) และมีหลักฐานเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าผลกระทบร่วมกันของความร้อนและคุณภาพอากาศที่ไม่ดีร่วมกันอาจเลวร้ายยิ่งกว่าผลกระทบจากเพียงแหล่งเดียว การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงสําคัญต่อสุขภาพของเด็กและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในผู้ใหญ่ เกือบ 80% ของภาระโรคมลพิษทางอากาศทั้งหมดเชื่อมโยงกับ NCDs เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศไม่เพียงแต่ทําให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเท่านั้น แต่ยังสามารถนําไปสู่คุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ค่ารักษาพยาบาลที่สูง และการสูญเสียผลิตภาพ ขยายเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม ไฟป่าและมลพิษทางอากาศ : ในปี 2566 ส่วนใหญ่ของแคนาดาและสหรัฐอเมริกาประสบกับคุณภาพอากาศที่แย่มาก ในบางกรณี เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ไฟป่าและการสัมผัสสารมลพิษที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นละอองจิ๋ว (PM2.5) มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทั้งความรุนแรงและความถี่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก สิ่งนี้มีความหมายที่สําคัญสําหรับทั้งการวางแผนการจัดการคุณภาพอากาศและสาธารณสุข ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาหลายชิ้นรายงานว่าการเข้ารับการตรวจที่แผนกฉุกเฉินเพิ่มขึ้น […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings