Taragraphies — Header Component

วันที่ 11 มีนาคม 2554 เวลา 2.46 นาฟิกา ตามเวลาท้องถิ่น แผ่นดินไหวขนาด 8.9 ตามมาตราริกเตอร์เกิดขึ้นนอกชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่นที่ละติจูด 38.3 องศาเหนือ และลองติจูด 142.4 องศาตะวันออก ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากตะวันออกของเซ็นได 130 กิโลเมตร และ 373 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว หากการวัดในเบื้องต้นได้รับการยืนยัน เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นแผ่นดินไหวครั้งที่ใหญ่ที่สุดลำดับที่ 5 นับตั้งแต่ ค.ศ.1900 เป็นต้นมา และเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น

แผนที่ด้านบนแสดงตำแหน่งที่ตั้งของแผ่นดินไหวในวันที่ 11 มีนาคม 2554 รวมถึงก่อนแผ่นดินไหว(เส้นประ) และหลังแผ่นดินไหว(เส้นทึบ) ขีดวงกลมบอกถึงขนาดของแผ่นดินไหว แผนที่ยังแสดงถึงข้อมูลความสูงต่ำของแผ่นดินจากข้อมูลของ NASA’s Shuttle Radar Topography Mission และความลึกของท้องทะเลจาก British Oceanographic Data Center

ข้อมูลจาก U.S. Geological Survey (USGS) แผ่นดินไหวเกิดขึ้น ณ ความลึก 24.4 กิโลเมตรใต้ทะเล  แผ่นดินไหววันที่ 11 มีนาคม  นั้นมีแผ่นดินไหวขนาดเล็กกว่าเกิดขึ้นก่อนในวันที่ 9 มีนาคม รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด M7.2  USGS รายงานว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นจากผลของ thrust faulting ที่อยู่ด้านบนหรืออยู่ใกล้ subduction zone ที่เชื่อมต่อกับแนวของเพลทเปลือกโลก

แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิเข้าถล่มชายฝั่งของญี่ปุ่นและแผ่กระจายไปทั่งชายขอบมหาสมุทรแปซิฟิก ชายฝั่งและอ่าวรูปจันทร์เสี้ยวใกล้ๆ กับเซ็นได สามารถช่วยตีวงคลื่นสึนามิเมื่อมาถึงชายฝั่งได้ แต่ด้วยเหตุที่ชั้นความสูงของแผ่นดินมีลักษณะต่ำและราบเรียบเกือบตลอดแนวชายฝั่ัง พื้นที่หลายแห่งจะมีความล่อแหลมเป็นพิเศษ

กรมอุตนิยมวิทยารายงานว่า ความสูงของคลื่นสึนามิราว 4.1 เมตรที่ Kamaishi เมื่อเวลาบ่าย 3 โมง 21 นาที  และ 7.3 เมตร เมื่อเวลาบ่าย 3 โมง 50 นาทีที่ Soma และ 4.2 เมตร เมื่อเวลา 4 โมง 52 นาทีที่ Oarai

The U.S. Pacific Tsunami Warning Center (PTWC) รายงานว่า คลื่นสึนามิสูง 2.79 เมตรเกิดขึ้นที่สถานีสังเกตการณ์ Hanasaki ฮอกไกโดเมื่อเวลาบ่าย 3 โมง 57 นาที รายงานของ PTWC ในพื้นที่อื่น ๆ เช่น

ที่มาข้อมูล

  1. Japan Meteorological Agency (2011, March 11). Latest Tsunami Information. Accessed March 11, 2011.
  2. Pacific Tsunami Warning Center (2011, March 11). Tsunami Messages for the Pacific Ocean. Accessed March 11, 2011.
  3. U.S. Geological Survey (2011, March 11). Magnitude 8.9 – Near The East Coast of Honshu, Japan. Accessed March 11, 2011.

NASA Earth Observatory image created by Robert Simmon and Jesse Allen, using earthquake and plate tectonics data from the USGS Earthquake Hazard Program, land elevation data from the Shuttle Radar Topography Mission (SRTM) provided by the University of Maryland’s Global Land Cover Facility, and ocean bathymetry data from the British Oceanographic Data Center’s Global Bathmetric Chart of the Oceans(GEBCO). Caption by Michael Carlowicz.

Instrument : Seismograph

 

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading