Taragraphies — Header Component

นับตั้งแต่แถลงการณ์ฉบับที่ 1 – 3 ของเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ เราได้ ประกาศข้อเรียกร้องหลายประการเกี่ยวกับมรดกโลกทางธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และการขยายถนนหมายเลข 2090 นั้น ได้ปรากฎผลในทางสร้างสรรค์หลายประการ กล่าวคือ ครม.มีมติให้ระงับการขยายเส้นทางจาก กม.ที่ 2 ถึง กม.ที่ 10 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีการตกลงทำความเข้าใจให้ถูกต้องกันใหม่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมนำเสนอแผนฟื้นฟูสภาพสองข้างทางของถนนดังกล่าวต่อ ครม. และมอบหมายให้คุณกอรปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานทุกหน่วย

แม้ว่า ข้อเรียกร้องของเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญไม่ได้รับการสนองตอบ ทุกประการ แต่ก็ถือได้ว่า ปัญหาทั้งปวงของถนนหมายเลข 2090 และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เริ่มมองเห็นหนทางแก้ไขมากขึ้น อย่างไรก็ดี เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลูกโซ่ต่อเนื่องตามมาโดยไม่เห็นประโยชน์อันใด เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ขอนำเสนอแนวคิดและแนวทางการฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์สองข้างทางและการสร้างคุณค่าของ ชุมชนหนองน้ำแดงระหว่าง กม. ที่ 2 – กม. 10 ดังต่อไปนี้

แนวคิด

• ปรับปรุงชุมชนหนองน้ำแดง ให้เป็นชุมชนแห่งการพิทักษ์รักษาปากประตูสู่มรดกโลกทาง ธรรมชาติ

• ยกระดับคุณค่าของชุมชนหนองน้ำแดงในเชิงระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติอันหาได้ยากยิ่ง ขึ้นเรื่อยๆในประเทศ

• ฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์สองข้างถนน 2090 และตัวถนน 2090 ให้สอดคล้องต้องกัน ระหว่าง การเริ่มต้นที่ชุมชนปากประตูผู้พิทักษ์มรดกโลก ที่นักท่องเที่ยวและทุกคน กำลังจะอาศัย ถนนสาย 2090 ที่ร่มรื่น สวยงาม ไปสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แนวทางและกรอบการแก้ไข

• พัฒนา ปรับปรุง ชุมชนหนองน้ำแดง ให้กลายเป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงระบบนิเวศน์ ที่ทุก คนจะเริ่มต้นอย่างมีจิตสำนึกในการพิทักษ์รักษาและหวงแหน ผืนป่าเขาใหญ่ จนเกิด คุณค่าและอรรถประโยชน์ชัดเจน ทั้งต่อชุมชนและนักท่องเที่ยวทั้งมวล

• ปรับสภาพภูมิทัศน์และระบบนิเวศน์จากหลัก กม.ที่ 2 – 5 เป็นถนน 4 เลนที่ร่มรื่นและ สวยงาม ทั้งยังมีความปลอดภัยอย่างแท้จริง • ปรับสภาพภูมิทัศน์และระบบนิเวศน์จาก กม.ที่ 6 – กม. ที่ 10 เป็นถนน 4 เลนเรียวสอบเข้า เป็น 2 เลนที่ กม.ที่ 10-11 ทำให้สอดคล้องกลมกลืน สวยงาม กับสภาพระบบนิเวศน์ตั้งแต่ กม.ที่ 11 เป็นต้นไป ทั้งหลีกเลี่ยงสภาพคอขวดกระชั้นชิดที่กอ่ปัญหาจราจรอย่างรุนแรงได้

• ฟื้นฟูสภาพระบบนิเวศน์ 2 ข้างทางจากหลัก กม. ที่ 11 – กม.ที่ 24 อย่างจริงจัง ทั้งยังจะ ป้องกันมิให้มีการขยายถนน จนทำลายสภาพป่า ต้นไม้และระบบนิเวศน์ ในอนาคตข้าง หน้าอีก แนวคิดและแนวทางทั้งหมดนี้ ควรจะได้รับการนำเสนอต่อที่ประชุมร่วมของรัฐและประชาชน อย่างจริงจัง มิใช่การทำประชาพิจารณ์แต่เพียงผิวเผิน ดังเช่นในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ที่ ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่จึงขอเรียกร้องอย่างจริงจัง ให้รัฐบาลเปิดเวทีร่วมอย่างเร่งด่วนระหว่างหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องและ ประชาชนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้สนใจ เพื่อระดมความคิดเห็นหารือแนวทางฟื้นฟูสภาพ ของถนนหมายเลข 2090 และระบบนิเวศน์ที่เชื่อมโยงกันอย่างจริงจัง อันจะนำไปสู่ข้อสรุป และแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และปรองดอง

อนึ่ง ภายหลังการมีมติของ ครม. เมื่อวันอังคารที่ 8 มิย. 2553 ปรากฎมีข่าวและความเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคลงว่ากรมทางหลวงก็ดี กรมป่าไม้ก็ดี นักการเมือง ทั้งหลายก็ตาม อาจจะไม่มีความจริงใจและจริงจัง ในการดำเนินการตามมติ ครม.อย่างเร่ง ด่วน ดังนั้นเครือข่ายประชาชนฯ จึงเห็นว่าเพื่อให้เกิดหลักประกันที่แท้จริงในการแก้ไขปัญหาถนนสาย 2090 ระบบนิเวศน์สองข้างถนน และการสร้างคุณค่าพร้อมอรรถประโยชน์ ให้เกิดแก่ชุมชนหนองน้ำแดง จำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

1) ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลปกครอง ในวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2553 โดยนัดหมายพี่น้องของเครือข่ายและสมาคมต่อต้านโลกร้อนไปที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ

2) ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานต่างๆ ต่อคณะกรรมการชุดต่าง ๆ คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษย ชน คณะกรรมาธิการศึกษาและตรวจสอบการทุจริตและธรรมภิบาล วุฒิสภา ผู้ตรวจการ สตง. และผู้ตรวจการแผ่นดิน

ด้วยจิตคารวะต่อพี่น้องผองเพื่อนผู้รักและหวงแหนผืนป่าต้นน้ำของชาติ

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่/มูลนิธิชุมชนโคราช/มูลนิธิเขาใหญ่/กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย/มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กรีนพีช เอเซียตะวันออกเฉียงใต้/กลุ่มรักษ์กระทิงเขาใหญ่/กลุ่มรักษ์เขาแผงม้า/กลุ่มเรารักษ์ป่า/กลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าทับลาน/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเขาใหญ่ ปากช่อง/สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด/สมัชชาประชาชนไทยอเมริกาเหนือ/เครือข่ายประชาชนไทยโพ้นทะเลอนุรักษ์มรดกโลก/กลุ่มไม้ขีดไฟ/กลุ่มทันตแพทย์รักในหลวง ห่วงลูกหลาน สร้างสรรค์สังคมไทย/เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช [ CSR Korat ] /มูลนิธิเข้าถึงเอดส์/โครงการผู้ หญิงเพื่อสันติภาพและความยุติธรรม/เครือข่ายเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Youthnet)/เครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี/สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย/สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง/กลุ่มเยาวชนตะขบป่า/กลุ่มนิเวศประชาธรรม/เครือข่ายภาคีองค์กรงดเหล้า/เครือข่ายรักษ์ไม่จางที่บางปะกง/เครือข่ายคุ้มครองสัตว์ป่าไทย/กลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เรือนเพาะชำจังหวัดแพร่/กลุ่ม Stop the road to Khao Yai /สมาคมต่อต้านโลกร้อน/สมาคมพิทักษ์ป่า-

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading