Taragraphies — Header Component

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่-28 กรกฎาคม 2553

สืบเนื่องจากโครงการขยายผิวจราจรถนนหมายเลข 2090 (ถนนธนะรัชต์ ) จาก 2 เลนเป็น 4 เลน เพื่อขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ของกรมทางหลวง และได้รับการคัดค้านจากเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และประชาชนจำนวนมาก ส่งผลให้ ครม.มีมติยับยั้งการ ก่อสร้างไว้และให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายพิจารณาจัดทำแผนฟื้นฟูระบบนิเวศน์สองข้างทางเพื่อ นำเสนอให้ ครม.พิจารณาเสียก่อน แต่การณ์ปรากฏว่า กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ปล่อยปละละเลยให้เกิดทางต่างระดับของถนนที่ขยายค้างคาอยู่ และปราศจากการ ป้องกันอันตรายที่มากเพียงพอ โดยเฉพาะในยามค่ำคืน ส่งผลให้ประชาชนที่สัญจรไปมาทั้ง ในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวเกิดความเสี่ยงภัยจากอุบัติเหตุเนื่องจากการใช้ถนนเส้นนี้ ในที่สุด อุบัติเหตุและอันตรายก็เกิดขึ้นจริง มีประชาชนหลายรายได้ประสบอุบัติเหตุ รถ จักรยานยนต์ชนกันตกข้างถนนต่างระดับหรือชนกับรถบรรทุกเล็ก ฯลฯ บาดเจ็บสาหัสมาก น้อยตามๆ กัน

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่และพี่น้องในท้องถิ่น และนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งจึงได้รวบรวมภาพถ่ายอุบัติเหตุและความเดือดร้อนทั้งมวลเพื่อนำฟ้อง ร้องขอความเมตตาจากศาลปกครองสูงสุดเพื่อให้ศาลได้พิจารณาวินิจฉัยและมีคำสั่งให้ “รัฐบาล กรมทางหลวงและผู้เกี่ยวข้อง ยุติการก่อสร้างถนนหมายเลข 2090 โดยทันทีและ ให้ มีการปรับระดับผิวจราจรของถนนที่ถูกขยายไปจนกลายเป็นถนนต่างระดับ และมีกองวัสดุต่างๆกองระเกะระกะอยู่ตามสองข้างทาง นั้น ให้กลับมามีระนาบของถนนอยู่ในระดับ เดียวกันโดยทันที พร้อมกับจัดการเก็บวัสดุทั้งหลายที่จะก่ออันตรายต่อการสัญจรไปมาของ ประชาชนรวมทั้งสตรีและเด็กให้เรียบร้อยจนเกิดความปลอดภัยอย่างแท้จริง”

นอกจากนี้ ณ เวลานี้ รัฐบาลยังไม่มีท่าทีว่าจะดำเนินการเรื่องแผนฟื้นฟูอย่างรีบด่วน ทั้งๆที่ ประชาชนเสี่ยงภัยต่อการได้รับอันตรายดังกล่าวข่างต้นมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว จึงขอเรียกร้อง ให้ รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องชี้แจงแก่ประชาชนว่า รัฐบาลจะดำเนินการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ อย่างไรและทำให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยอย่างไร รวมทั้งความล่าช้าของกรม ทางหลวงและผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการตามประกาศิตของนายกรัฐมนตรีและมติของ ครม.

ในเรื่องนี้ อนึ่ง ในขณะที่ประเทศยังไม่พ้นจากวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาและและวิกฤตการณ์เหล่า นั้นยังคงดำรงอยู่ นักการเมืองในซีกรัฐบาลก็ยังเดินหน้าผลักดัน โครงการที่อาจจะส่งผลกระ ทบรุนแรงต่อระบบนิเวศน์หลายโครงการ ทั้งโครงการเขื่อนแม่โสมงที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โครงการเหล็กต้นน้ำที่จันทบุรี โครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือโครงการสร้างถนนขึ้นสู่อุทยานลุ่มน้ำเข็ก เป็นต้น

พวกเราเครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่ จึงขอประกาศเชิญชวนพี่น้อง ประชาชนที่ไม่ต้องการเห็นระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติของประเทศถูกทำลายล้าง สร้างหายนะโลกร้อนอย่างต่อเนื่องอีกต่อไป ขอให้ประชาชนออกมาร่วมมือกันทั้ง ประเทศเพื่อทำการปกป้อง พิทักษ์รักษา ผืนป่า ต้นน้ำ ท้องทะเล ป่าชายเลน และอากาศ ให้สามารถตกทอดไปเป็นมรดกของลูกหลานไทยในอนาคตให้ได้

เครือข่ายประชาชนอนุรักษ์มรดกโลกเขาใหญ่/มูลนิธิชุมชนโคราช/มูลนิธิเขาใหญ่/กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย/มูลนิธิพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ กรีนพีช เอเซียตะวันออกเฉียงใต้/กลุ่มรักษ์กระทิงเขาใหญ่/กลุ่มรักษ์เขาแผงม้า/กลุ่มเรารักษ์ป่า/กลุ่มอนุรักษ์ผืนป่าทับลาน/ชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเขาใหญ่ ปากช่อง/สมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด/สมัชชาประชาชนไทย-อเมริกาเหนือ/เครือข่ายประชาชนไทยโพ้นทะเลอนุรักษ์มรดกโลก/กลุ่มไม้ขีดไฟ/กลุ่มทันตแพทย์รักในหลวง ห่วงลูกหลาน สร้างสรรค์สังคมไทย/เครือข่ายเพื่อสังคมโคราช [ CSR Korat ] /มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ /โครงการผู้ หญิงเพื่อสันติภาพและความยุติธรรม/เครือข่ายเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Youthnet)/เครือข่ายผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวี/สมาคมคุ้มครองการทำกินของคนไทย/สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง/กลุ่มเยาวชนตะขบป่า/กลุ่มนิเวศประชาธรรม /เครือข่ายภาคีองค์กรงดเหล้า/ เครือข่ายรักษ์ไม่จางที่บางปะกง /เครือข่ายคุ้มครองสัตว์ป่าไทย /กลุ่มผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เรือนเพาะชำ จังหวัดแพร่ /กลุ่ม Stop the road to Khao Yai /สมาคมต่อต้านโลกร้อน /สมาคมพิทักษ์ป่า-

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading