Taragraphies — Header Component

Indochina_amo_2014077

ไฟและหมอกควันกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ในภาพถ่ายดาวเทียมที่จับได้โดยเครื่อง Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียมอะควาขององค์การนาซาในวันที่ 18 มีนาคม 257 จุดเกิดไปเป็นสีแดง และเกิดขึ้นส่วนใหญ่ในเขตป่าไม้กึ่งเขตร้อนที่พบทั่วไปในทางตอนบนของอินโดจีน การเกิดไฟไหม้ส่วนใหญ่ในภูมิภาคแถบนี้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจด้วยเหตุผลหลายประการ ซึ่งรวมถึงการเกษตรกรรมที่เรียกว่าไร่เลื่อนลอย ซึ่งมีข้อถกเถียงในทางสังคมศาสตร์อย่างกว้างขวางว่ายังเป็นการอธิบายที่ไม่เพียงพอ

จากอวกาศ เครื่องมือ MODIS จับการเปลี่ยนแปลงขอความร้อน รวมถึงไฟ ประกายไฟ และการระเบิดของภูเขาไฟ จุดเกิดไปบนภาพจะครอบคลุมพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งหมายถึงว่ามีจุดเกิดไฟหนึ่งจุดหรือมากกว่านั้นในพื้นที่ครอบคลุม  1 ตารางกิโลเมตรบนพื้นดิน ในภาพที่มีความละเอียดขึ้น(large image) จะมีจุดเกิดไฟราว 850 จุด ดังนั้นจะมีการเกิดไฟขึ้นอย่างน้อยที่สุด 850 จุดในภาพ

การตรวจสอบการเกิดไฟป่าจากดาวเทียมมีประโยชน์มากเพราะว่าทำให้เรารู้ถึงความเข้มข้นของการเกิดไฟ แบบแผนในแง่ของเวลาและความถี่ของการเกิด ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินสถานะของพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกเผาไหม้ได้ พื้นที่ป่าไม้ในภูมิภาคนี้เป็นป่าไม้เต็งรังผสมกับป่าดงดิบและมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าไผ่ ในขณะที่การเกิดไฟได้กระตุ้นให้มีป่าไม้เติบโตขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าไฟป่าเกิดถี่ครั้ง ธรรมชาติของป่าและความสามารถในการรับคาร์บอนจะเปลี่ยนแปลงไป

ภาพถ่ายดาวเทียมนี้ยังแสดงให้เห็นว่าควันไฟป่าได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ ควันไฟมีส่วนผสมของอนุภาคและฝุ่นละอองต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของมนุษย์ และส่งผลต่อสภาพอากาศในระดับท้องถิ่น ไฟป่ายังเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกสู่บรรยากาศด้วย ทั่วทั้งโลก เกิดไฟป่าได้ปล่อยคาร์บอนราว 2 เพตากรัมออกสู่บรรยากาศทุกๆปี  การทำลายป่าและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศร้อยละ 8 (human carbon emissions) ในช่วงปี 2003 และ 2012 พบว่ามีแนวโน้มลดลง

References

  1. Chien, S. et al. Space-based sensorweb monitoring of wildfires in Thailand. (pdf) Accessed March 18, 2014.
  2. Global Carbon Project (2013, November 19) Carbon Budget 2013. Accessed March 18, 2014.
  3. Muller, D. et al. (2013, January 22) The value of satellite-based active fire data for monitoring, reporting, and verification of REDD+ in the Lao PDR. (pdf) Human Ecology. Accessed March 18, 2014.
  4. Van der Werf, et al. (2010) Global fire emissions and the contribution of deforestation, savanna, forest, agricultural, and peat fires (1997-2009). Accessed March 18, 2014. Atmospheric Chemistry and Physics. Accessed March 18, 2014.

NASA image courtesy Jeff Schmaltz, LANCE/EOSDIS MODIS Rapid Response Team at NASA GSFC. Caption by Holli Riebeek.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading