Taragraphies — Header Component
30 มิถุนายน 2564

ในปี 2564 นี้ แคว้นบริติชโคลัมเบียต้องเจอกับการปะทุของไฟป่าที่อันตรายและคลื่นความร้อน จนถึงปลายเดือนมิถุนายน มีไฟป่าปะทุขึ้นกว่า 40 จุด โดยจุดที่เกิดไฟขนาดใหญ่อยู่ห่างจากเมืองแวนคูเวอร์ 200 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

เครื่องมือวัดระบบ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียม NOAA-20 จับภาพด้านบนไว้ได้ในช่วงเวลาบ่ายสองโมงตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โดยเช้าของวันที่ 1 กรกฎาคม ไฟป่า McKay Creek (ด้านซ้าย) และไฟป่า Sparks Lake (ด้านขวา) เผาผลาญพื้นที่ราว 150 และ 200 ตารางกิโลเมตร ตามลำดับ ไฟป่าที่มีขนาดเล็กกว่าสามารถเห็นได้ในทางตอนใต้ของเมือง Lytton.

เราสามารถสังเกตเห็นพื้นที่สีขาวสว่างที่อยู่เหนือจุดเกิดไฟขนาดใหญ่ทั้งสอง Michael Fromm นักอุตุนิยมวิทยาที่ the Naval Research Laboratory บอกว่านี่คือ การเกิดเมฆไฟโรคิวมูโลนิมบัส(cumulonimbus) มวลเมฆและความร้อนที่มักยกตัวอยู่เหนือควันไฟป่า เมฆชนิดนี้เป็นส่วนผสมของควันสีเทาและน้ำแข็งสีขาว ดังนั้นจะปรากฎความขาวที่มากกว่ากลุ่มควันไฟส่วนอื่นๆ

ภาพที่สองด้านล่างแสดงรายละเอียดของไฟป่า McKay Creek ซึ่งจับภาพโดยเครื่อง Operational Land Imager (OLI)บนดาวเทียม Landsat 8 ในตอนเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ภาพสีธรรมชาตินี้นำมาซ้อนทับกับช่วงแสงอินฟาเรดคลื่นสั้น เพื่อระบุจุดเกิดไฟที่ยังปะทุอยู่

30 มิถุนายน 2564

หลังจากจับภาพนี้ได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้สั่งให้มีการอพยพชาวเมือง Lytton เนื่องจากไฟป่าขยายเพิ่มขึ้น รายงานข่าวระบุว่า ไฟป่าปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วและล้อมเมืองเอาไว้ มีบ้านเรือนเสียหายและประชาชนได้รับบาดเจ็บ ไฟป่า George Road ยังได้เผาไหม้พื้นที่ด้านใต้ของเมือง

ไฟป่านี้ปะทุขึ้นในช่วงที่อุณหภูมิในแถบแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือและแคนาดาตะวันตกเพิ่มสูงขึ้นทะลุสถิติที่มีการบันทึกกันมา ในวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เมือง Lytton ร้อนขึ้นเป็น 121°F (49.6°C)—ถือเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดเท่าที่มีการเก็บสถิติเมื่อเทียบกับทุกๆ พื้นที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาในแคนาดา

Fromm กล่าวว่า “พื้นที่ป่ามีความเปราะบางในทุกๆ ฤดูร้อน เราได้เห็นไฟป่าและเมฆไฟที่มีขนาดใหญ่ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความร้อนแบบสุดขีดและกระแสลมใหญ่นั้นทำให้ไฟป่ามีอันตรายรุนแรงมากขึ้น”

29 มิถุนายน 2564

แผนที่ด้านบนแสดงความผิดปกติของอุณหภูมิอากาศทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดาตะวันตกในวันที่ 29 มิถุนายน 2564 แผนที่สร้างขึ้นจากแบบจำลอง Goddard Earth Observing System(GEOS) เพื่อแสดงแบบแผนแผนการกระจายตัวของอุณหภูมิอากาศ 2 เมตรเหนือพื้นผิว สีแดงเข้มเป็นบริเวณที่มีอุณหภูมิ 36°F (20°C) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิในวันเดียวกันในช่วงปี 2557-2563

แบบจำลอง GEOS model ก็เช่นเดียวกับแบบจำลองสภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศอื่นๆ คือจะใช้สมการทางคณิตศาสตร์ที่เป็นตัวแทนของกระบวนการทางกายภาพ (เช่น การตกของน้ำฟ้าและกระบวนการเกิดเมฆ) เพื่อคำนวณว่าบรรยากาศจะเกิดอะไรขึ้น การวัดจริงในส่วนของคุณลักษณะทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และกระแสลม จะถูกป้อนเข้าไปในแบบจำลองเป็นระยะๆ เพื่อให้ใกล้เคียงกับสภาพจริงเท่าที่จะได้

ภาพ NASA Earth Observatory สร้างโดย Lauren Dauphin และ Joshua Stevens โดยใช้ข้อมูล VIIRS จาก NASA EOSDIS LANCEGIBS/Worldview และ Suomi National Polar-orbiting Partnership, ข้อมูล Landsat จาก U.S. Geological Survey และข้อมูล GEOS-5 จาก Global Modeling and Assimilation Office เขียนโดย Kathryn Hansen /แปลเรียบเรียงโดย ธารา บัวคำศรี

ข้อมูลอ้างอิง

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading