การวิจัยชี้ให้เห็นว่ามีผู้คนอาศัยอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึงเพิ่มมากขึ้น

ในการศึกษาที่ตีพิมพ์ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 นักวิทยาศาสตร์พบว่าสัดส่วนของประชากรโลกที่ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้น 20 ถึง 24 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่านักวิจัยคาดว่าจำนวนผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจะเพิ่มขึ้น แต่การประมาณการใหม่นี้มากกว่าที่แบบจำลองก่อนหน้านี้คาดการณ์ถึงสิบเท่า จากการทบทวนข้อมูลดาวเทียมของ NASA เป็นเวลา 20 ปี นักวิจัยได้ทำแผนที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ 913 ครั้งใน 169 ประเทศ และเปรียบเทียบกับข้อมูลประชากรทั่วโลกเพื่อให้เข้าใจผลกระทบต่อผู้คนได้ดียิ่งขึ้น ทีมงานพบว่าระหว่างปี 2543-2558 มีผู้คนมากกว่า 58 ถึง 86 ล้านคนอาศัยอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึงทั่วโลก ผู้คนมากกว่า 255 ล้านคนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงเวลานั้น การเปิดรับที่เพิ่มขึ้นรวมถึงการพัฒนาและการอพยพของมนุษย์ แต่ยังรวมถึงการจัดประเภทใหม่ของที่ดินบางส่วนอันเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมขนาดใหญ่และการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ประเภทของเหตุการณ์น้ำท่วมและจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบแสดงอยู่ในแผนที่ด้านบน “เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงย้ายเข้าไปอยู่ในที่ราบน้ำท่วมถึง และวิธีที่เราสามารถสนับสนุนการบรรเทาอุทกภัยได้” เบธ เทลแมน หัวหน้าทีมวิจัย นักวิจัยด้านภูมิศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแอริโซนากล่าว “ฉันคิดว่าการสังเกตการณ์จากดาวเทียมและโลกสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราคิดเกี่ยวกับการสร้างความยืดหยุ่นในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature และได้รับทุนสนับสนุนบางส่วนจาก NASA และ Google Earth Outreach อาศัยการสังเกตการณ์ผ่านดาวเทียมโดยตรงจากเครื่องมือ Modis ความละเอียดปานกลาง (Modis) บนดาวเทียม Terra […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings