ช่วงขาลงของโรงไฟฟ้าถ่านหิน : ผลจากการติดตามจนถึงกลางปี 2559

เขียนวิเคราะห์โดย Christine Shearer, Aiqun Yu, และ Ted Nace จากการสำรวจโดย CoalSwarm’s Global Coal Plant Tracker กำลังการผลิตไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาทั่วโลกลดลงอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2016 สาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในเอเชีย โดยรวม โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ในแผน หรืออีกนัยหนึ่ง กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ระหว่างกระบวนการวางแผน ลดลงจาก 1,090 กิกะวัตต์ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2559 เป็น 932 กิกะวัตต์ในเดือนกรกฎาคมของปีเดียวกัน กล่าวคือลดลง 158 กิกะวัตต์ หรือร้อยละ 14 ของกำลังการผลิตรวมทั้งหมด ซึ่งเกือบจะเท่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดในสหภาพยุโรป (162 กิกะวัตต์) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ในแผนที่ลดลงมากที่สุดคือในจีน (114 กิกะวัตต์) ตามมาด้วยอินเดีย(40 กิกะวัตต์) ทั้งสองประเทศได้มีนโยบายสำคัญที่จะไปให้พ้นจากยุคถ่านหิน ในเดือนเมษายน 2559 จีนประกาศ จำกัดการขยายตัว ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีแผนการจะสร้างใน 13 มณฑล ในเดือนมิถุนายน 2559 กระทรวงพลังงานของอินเดียเปิด การประเมินที่เน้นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในอีก […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings