Thailand LNG demand is falling
ความต้องการใช้ก๊าซฟอสซิลเหลว(LNG) ของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ซบเซาในประเทศคาดว่าจะยิ่งทำให้การบริโภคและการนำเข้าชะลอลง ประเทศไทยนำเข้าก๊าซฟอสซิลเหลว(LNG) ราว 8.6 ล้านตันในช่วงเดือนมกราคม–ตุลาคม 2025 ลดลงประมาณ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2024 ตามข้อมูลจาก Global Trade Tracker มีการบันทึกการใช้ไฟฟ้ารวม 157,976 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ในช่วงมกราคม–กันยายน 2025 เทียบกับ 163,395 GWh ในช่วงมกราคม–กันยายน 2024 ตามข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ความต้องการน่าจะถูกจำกัดจากสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจัดในปีที่ผ่านมา ทำให้ระดับสำรองก๊าซคงคลังสูงกว่าที่คาด และจำกัดความต้องการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจากก๊าซเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ ความต้องการใช้ก๊าซของประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ตามแผนบริหารจัดการก๊าซของประเทศ (ร่าง) สำหรับปี 2024–2037 แต่ขณะนี้ความต้องการมีแนวโน้มจะลดลง เนื่องจากคาดว่าอัตราการเติบโตของ GDP ไทยจะชะลอลงเหลือ 2.2% ในปี 2025 และ 1.6% ในปี 2026 ลดลงจากระดับ 2.5% ในปี 2024 ตามการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย […]
นักวิจัยระบุกลุ่มล็อบบี้จากอุตสาหกรรมฟอสซิลของญี่ปุ่นและเกาหลีผลักดันการขยายก๊าซฟอสซิลในออสเตรเลียและสร้างความต้องการก๊าซฟอสซิลเหลวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานฉบับใหม่โดยศูนย์วิจัย Jubilee Australia ซึ่งจัดทำร่วมกับมูลนิธิ Australian Conservation Foundation และกลุ่มพันธมิตร Fossil Free Japan พบว่า กำไรของบริษัทในญี่ปุ่นและเกาหลีถูกนำไปใช้สนับสนุนการขยายตัวของก๊าซในออสเตรเลีย นอกจากจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นและถ่วงเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศแล้ว นักวิจัยยังชี้ว่าการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการก๊าซฟอสซิลเหลวในต่างประเทศจะทำให้ผู้เสียภาษีชาวญี่ปุ่นและเกาหลีต้องสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ และยังสร้างความเสี่ยงทางการเงินอย่างมากต่อผู้ลงทุน นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ทำลายธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่พัฒนาโครงการ รายงาน “How to Build a Gas Empire” เปิดเผยถึงผลประโยชน์ทางการเมืองและภาคธุรกิจในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ รวมถึงวิธีที่พวกเขาทำกำไรจากการขยายตัวของก๊าซฟอสซิลในออสเตรเลีย ผู้เขียนรายงานพบว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งถูกเรียกรวมกันว่า “จักรวรรดิก๊าซฟอสซิล” ในรายงานได้สนับสนุนเงินทุนจำนวน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับโครงการก๊าซในออสเตรเลียระหว่างปี 2008 ถึง 2024 โดยกว่า 64% ของเงินทุนดังกล่าวมาจาก JBIC ซึ่งเป็นหน่วยงานสินเชื่อเพื่อการส่งออกแห่งชาติของญี่ปุ่น ขณะที่ KEXIM และ K-Sure ของเกาหลีใต้ก็เป็นผู้สนับสนุนหลักอีกด้วย รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2023 ถึง 2024 ญี่ปุ่นได้ลงทุนรวมทั้งสิ้น […]
ยังไม่ชัดเจนว่าการนำเข้าก๊าซฟอสซิลเหลวจะสามารถรับประกันความมั่นคงด้านพลังงานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญ คำมั่นของก๊าซฟอสซิลเหลวต่อความมั่นคงด้านพลังงานในอาเซียน มีแรงส่งที่เข้มข้นขึ้นต่อแนวคิดที่ว่าการนำเข้าก๊าซฟอสซิลเหลวเพิ่มขึ้น รวมถึงจากสหรัฐฯ เป็นวิธีสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่นได้ผลักดันก๊าซฟอสซิลเหลวให้เป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้โครงการ Asia Zero Emission Community (AZEC) เหตุผลหนึ่งที่ผู้สนับสนุนการใช้ก๊าซฟอสซิลเหลวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักหยิบยกขึ้นมาคือ ก๊าซฟอสซิลเหลวช่วยลดการพึ่งพาผู้จัดหาพลังงานหรือเส้นทางขนส่งบางประเทศ ทำให้ระบบอุปทานมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แนวคิดเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานนี้ได้รับแรงขับจากการที่กำลังการผลิตก๊าซฟอสซิลเหลวทั่วโลกกำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกาและกาตาร์ที่กำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานการส่งออก ข้อมูลจาก International Energy Agency (IEA) ระบุว่า กำลังการส่งออกก๊าซฟอสซิลเหลวรวมทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 33% ระหว่างปี 2024–2028 จาก 665 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เป็น 884 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะเพิ่มการใช้ก๊าซฟอสซิลเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับเร่งเปลี่ยนผ่านออกจากถ่านหิน ในกระบวนการนี้ พวกเขาได้หันมาพึ่งก๊าซฟอสซิลเหลวโดยมีแผนลงทุน 11.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อขยายขีดความสามารถในการนำเข้า นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศเก็บภาษีขนาดใหญ่ต่อประเทศในภูมิภาคนี้ ยิ่งสร้างแรงจูงใจให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบแสดงท่าทีชัดเจนว่าพวกเขาต้องการซื้อมาก๊าซฟอสซิลเหลวจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ตลาดก๊าซฟอสซิลเหลวในภูมิภาคปัจจุบันและแผนการขยายในระดับประเทศ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าก๊าซฟอสซิลเหลวที่มีความชัดเจนมากที่สุดในภูมิภาค โดยตามแผนก๊าซ 2040 (Gas Plan 2040) ประเทศไทยตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนก๊าซฟอสซิลเหลวที่ใช้ตอบสนองความต้องการก๊าซทั้งหมดจาก 31% ในปี 2024 เป็นประมาณ 40% ภายในปี 2030 คาดการณ์ว่าในช่วงกลางทศวรรษ 2030 การผลิตไฟฟ้าราว 41% จะมาจากโรงไฟฟ้าก๊าซ ในเดือนเมษายน 2025 ระหว่างการเจรจากับประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องภาษี ประเทศไทยประกาศว่าจะนำเข้าก๊าซฟอสซิลเหลวจากสหรัฐฯ เพิ่มอีก […]
10 คำถามว่าด้วยตลาดก๊าซฟอสซิลเหลวในปี 2025
อัตราการอนุมัติด้านกฎระเบียบจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้รัฐบาลทรัมป์ชุดใหม่ และจะเร่งการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ของโครงการ LNG ในสหรัฐฯ หรือไม่? อุตสาหกรรมการส่งออก LNG ของสหรัฐฯ กำลังจะเข้าสู่สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนามากขึ้น ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันที่ 20 มกราคม 2025 การเปลี่ยนผ่านนี้อาจช่วยกระตุ้นโมเมนตัมการทำสัญญาซื้อขาย LNG จากสหรัฐฯ และเร่งการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ของบางโครงการ แม้ว่าความเสี่ยงจากข้อท้าทายทางกฎหมายและมาตรการเก็บภาษีศุลกากรอาจทำให้การพัฒนาซับซ้อนยิ่งขึ้น เราคาดว่ากระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ภายใต้รัฐบาลทรัมป์จะดำเนินการอย่างรวดเร็วในการอนุมัติคำขอใบอนุญาตการส่งออก LNG จำนวน 54 ล้านตันต่อปี (MMtpa) ที่อยู่ระหว่างรออนุมัติ สำหรับโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกลาง (FERC) แล้ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการอีก 60 ล้านตันต่อปีที่ใบอนุญาตกำลังจะหมดอายุซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะได้รับการต่ออายุ ความเป็นไปได้ที่ DOE ภายใต้รัฐบาลทรัมป์จะอนุมัติใบอนุญาตอย่างรวดเร็วอาจกระตุ้นกิจกรรมการทำสัญญาจัดหาในบางโครงการ รวมถึงการสรุปข้อตกลงซื้อขายเบื้องต้นที่อาจสนับสนุนให้โครงการตัดสินใจลงทุนได้ ภายในวันที่ 7 มกราคม 2025 เราพบว่ามีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (HOAs) รวม 22 ล้านตัน ในโครงการที่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงทุน 9 […]
