Taragraphies — Header Component

การคาดการณ์ละอองลอย(Aerosols)ในอาเซียนตอนบน

แม้เราสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดในวันที่อากาศดูแจ่มใส เกือบแน่นอนว่าเราหายใจเอาอนุภาคของแข็งและละอองของเหลวเข้าไปด้วย สสารที่มีอยู่ทั่วไปนี้คือ “ละอองลอย(aerosols) ซึ่งพบได้ทุกหนทุกแห่งในอากาศเหนือผิวมหาสมุทร ทะเลทราย เขตเทือกเขา ผืนป่า ทุ่งน้ำแข็งและระบบนิเวศทุกๆ แห่ง หากเราเคยเห็นฝุ่นควันที่กระจายปกคลุมจากไฟป่า เถ้าจากการระเบิดของภูเขาไฟ และฝุ่นละอองในสายลม ที่เราเห็นนั่นแหละคือละอองลอย เครื่องมือวัดบนดาวเทียมหลายดวง รวมถึงในโครงการ Copernicus สามารถบันทึกละอองลอยเหล่านี้ด้วย โดยเป็นมุมมองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงสูงจากพื้นผิวโลกนับร้อยกิโลเมตร ทำให้เราได้ภาพที่ครอบคลุมของละอองลอยที่กระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศโลก แผนที่ด้านบนแสดงการคาดการณ์ของแบบแผนการกระจายตัวของละอองลอยระว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 จากข้อมูลการเก็บบันทึกโดย The Copernicus Atmosphere Monitoring Service (CAMS) ซึ่งดำเนินการโดย European Center for Medium-Range Weather Forecasts (ECMWF) ในนามของคณะกรรมาธิการยุโรป ECMWF เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่เป็นอิสระ ได้รับการสนับสนุนจาก 35 รัฐ เป็นทั้งสถาบันวิจัยและบริการปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ผลิตและเผยแพร่การพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลขไปยังประเทศสมาชิก การวัดละอองลอยด้วยเครื่องมือวัดบนดาวเทียมจะวัดจาก ความลึกเชิงแสงของละอองลอย (aerosol optical thickness หรือ […]

ความลึกเชิงแสงของละอองลอย(Aerosol Optical Depth)

เราเรียกอนุภาคของแข็งและของเหลวที่แขวนลอยอยู่ในบรรยากาศว่า “ละอองลอย(aerosol)” ตัวอย่างเช่น ฝุ่นที่ลอยมาตามกระแสลม เกลือทะเล เถ้าจากการระเบิดของภูเขาไฟ ควันไฟป่า และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ละอองลอยสามารถทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกอุ่นขึ้นหรือเย็นลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด ชนิดและตำแหน่งของมัน ละอองลอยช่วยทำให้เมฆก่อตัวหรือจำกัดการก่อตัวของเมฆ ละอองลอยบางชนิดมีอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์หากรับเข้าไปในร่างกาย แผนที่ด้านบนแสดงปริมาณเฉลี่ยรายเดือนของละอองลอยทั่วโลกจากข้อมูลการเก็บบันทึกโดยเครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ของนาซา เราเรียกวิธีการวัดละอองลอยด้วยดาวเทียมว่าความลึกเชิงแสงของละอองลอย(aerosol optical thickness) การวัดอยู่บนข้อเท็จจริงที่ว่าอนุภาคจะเปลี่ยนวิธีการที่บรรยากาศสะท้อนและดูดกลืนแสงที่ตามองเห็นและแสงอินฟาเรด ความลึกเชิงแสงที่น้อยกว่า 0.1 (สีเหลืองซีดสุด) นั้นสภาพท้องฟ้าจะโปร่งใสและมีความสามารถมองเห็นได้มากที่สุด ถ้าความลึกเชิงแสงเป็น 1 (สีน้ำตามเข้ม) สภาพท้องฟ้าจะขมุกขมัว ปริมาณละอองลอยที่สูงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการต่างๆ ในสถานที่ต่างๆ และช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปี ละอองลอยเกิดขึ้นมากในแถบอเมริกาใต้จากเดือนกรกฏาคมถึงกันยายน อันเนื่องมาจากการเตรียมพื้นที่และการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วทั้งลุ่มน้ำแอมะซอนและภูมิภาค Cerrado ในช่วงฤดูแล้ง ละอองลอยมีแบบแผนที่คล้ายคลึงในอเมริกากลางช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ในแอฟริกาตอนกลางและใต้ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ในหลายกรณี ความเข้มข้นของละอองลอยไม่ได้เกี่ยวข้องกับไฟ เช่น จากเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมของทุกปี ปริมาณละอองลอยเพิ่มขึ้นอย่างมากในแถบคาบสมุทรอาราเบียและทะเลโดยรอบอันเนื่องมาจากพายุฝุ่นทราย ปริมาณละอองลอยที่สูงมากขึ้นยังพบในแถบเชิงเขาหิมาลัยทางตอนเหนือของอินเดียในบางเดือน และปกคลุมภาคตะวันออกของจีนในช่วงหลายเดือนอันเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ View, download, or […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings