Taragraphies — Header Component

มลพิษทางอากาศ วิกฤตสภาพภูมิอากาศและสุขภาพ

แปลเรียบเรียงจาก https://www.stateofglobalair.org/news-events/critical-moment-air-pollution-climate-and-health?fbclid=IwAR3fCvnWD8QXCuNEOVilwFWlVvq-uIjbMOLmz81n72fUn4OZ7yHzxBSZjq4 COP28 ที่ดูไบ จัดให้วันหนึ่งในช่วงสัปดาห์แรกเป็น “วันแห่งสุขภาพ(Day of Health)” แม้ว่าผลกระทบด้านสุขภาพของวิกฤตสภาพภูมิอากาศจะแตกต่างกันไป แต่ผลกระทบจากการสัมผัสกับมลพิษทางอากาศก็เป็นที่รู้จักกันดี ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไฟป่าครั้งใหญ่ คลื่นความร้อนที่รุนแรง และพายุฝุ่นที่เกิดถี่ขึ้นได้พิสูจน์แล้วว่าสร้างความเสียหายต่อคุณภาพอากาศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เหตุการณ์ดังกล่าวได้เพิ่มการสัมผัสมลพิษทางอากาศให้กับผู้คนหลายล้านคน ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สําคัญต่อสาธารณะสุขและความเป็นอยู่ที่ดี เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วนี้ชี้ให้เห็นว่าคุณภาพอากาศ สภาพภูมิอากาศ และสุขภาพเชื่อมโยงกันมากน้อยเพียงใด แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศก็ยังเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกร่วม (รูปที่ 1) และมีหลักฐานเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าผลกระทบร่วมกันของความร้อนและคุณภาพอากาศที่ไม่ดีร่วมกันอาจเลวร้ายยิ่งกว่าผลกระทบจากเพียงแหล่งเดียว การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงสําคัญต่อสุขภาพของเด็กและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในผู้ใหญ่ เกือบ 80% ของภาระโรคมลพิษทางอากาศทั้งหมดเชื่อมโยงกับ NCDs เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน การสัมผัสกับมลพิษทางอากาศไม่เพียงแต่ทําให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเท่านั้น แต่ยังสามารถนําไปสู่คุณภาพชีวิตที่ไม่ดี ค่ารักษาพยาบาลที่สูง และการสูญเสียผลิตภาพ ขยายเป็นผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม ไฟป่าและมลพิษทางอากาศ : ในปี 2566 ส่วนใหญ่ของแคนาดาและสหรัฐอเมริกาประสบกับคุณภาพอากาศที่แย่มาก ในบางกรณี เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ไฟป่าและการสัมผัสสารมลพิษที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝุ่นละอองจิ๋ว (PM2.5) มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทั้งความรุนแรงและความถี่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก สิ่งนี้มีความหมายที่สําคัญสําหรับทั้งการวางแผนการจัดการคุณภาพอากาศและสาธารณสุข ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาหลายชิ้นรายงานว่าการเข้ารับการตรวจที่แผนกฉุกเฉินเพิ่มขึ้น […]

ฝุ่นละอองขนาดเล็กและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของประชากรโลก

acquired January 1, 1850 – January 1, 2000download large image (453 KB, PNG, 1440×720) ความผันผวนของสภาพอากาศในระยะสั้นเมื่อรวมเข้ากับการปล่อยมลสารจากกิจกรรมของมนุษย์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้นำไปสู่การเกิดมลพิษทางอากาศ ในเดือนมกราคม 2556 มลพิษทางอากาศจากอุตสาหกรรมเข้าปกคลุมภาคอิสานของสาธารณะรัฐประชาชนจีน และช่วงเดือนมิถุนายน 2556 ควันไฟป่าจากสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่บนเกาะสุมาตราเข้าปกคลุมสิงคโปร์และคาบสมุทรมลายูรวมถึงบางส่วนของภาคใต้ของไทย ในหลายๆ กรณี มลพิษทางอากาศจะคงตัวอยู่เป็นเวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์ ทำให้มีคนป่วยจากโรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น เมื่อมลพิษทางอากาศจางลง อากาศสดใส ความจำเรื่องอากาศแย่ ๆ ค่อยจางหายไป แต่ความเสี่ยงด้านสุขภาพมิได้จางหายไปด้วย ระดับมลพิษทางอากาศแม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจมีผลอย่างมากต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ได้ คำถามคือ คนทั่วโลกรับสัมผัสกับมลพิษทางอากาศมากน้อยเพียงใด? แล้วความเสียหายด้านสุขภาพนั้นเป็นเท่าใด? ด้วยเหตุที่มีช่องว่างในเครือข่ายของการตรวจวัดภาคพื้นดิน เจสัน เวสต์ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาได้พยายามหาคำตอบเหล่านี้โดยการใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ ในปี ค.ศ.2010 เวสต์และทีมงานจัดพิมพ์เผยแพร่การประเมินผลกระทบสุขภาพระดับโลกจากมลพิษทางอากาศโดยใช้แบบจำลองสภาพอากาศแบบจำลองเดียว ต่อมา พวกเขาคิดว่าเพื่อปรับปรุงการคำนวณให้ดีขึ้นโดยใช้ผลจากแบบจำลองแบบต่าง ๆ หลาย ๆ แบบจำลอง แทนที่จะเป็นแบบเดียว ในปี ค.ศ. 2013 พวกเขาตีพิมพ์ผลงานเผยแพร่ลงใน  Environmental Research Letters โดยสรุปว่ามีคน 2.1 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings