เมื่อฝุ่นและเมฆหมอกปะทะกับเทือกเขาสุไลมาน

เรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/152736/haze-meets-the-sulaiman-mountains นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติถ่ายภาพเฉียงของเทือกเขาสุไลมานในเขตภาคกลางของปากีสถาน แนวเทือกเขานี้เป็นผลมาจากการปะทะกันแบบสโลว์โมชั่นของแผ่นเปลือกโลกอินเดียและยูเรเซียที่เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 60 ล้านปีก่อน ยอดเขาสูงจากระดับน้ําทะเลมากกว่า 3,000 เมตร (10,000 ฟุต) ทางตอนเหนือของเทือกเขา ดังแสดงในภาพถ่ายนี้ เทือกเขาสุไลมานเป็นแนวปราการธรรมชาติระหว่างที่ราบสูงทางทิศตะวันตกและหุบเขาแม่น้ําสินธุทางทิศตะวันออก ลมที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดียและที่ราบน้ําท่วมถึงของลุ่มแม่น้ำสินธุนําความชื้นและละอองลอยเข้าไปในแผ่นดิน ทําให้เกิดฝุ่น หมอก และเมฆรวมกันในส่วนที่เป็นกระแสลมของเทือกเขา เมฆและฝุ่นไม่อาจเคลื่อนตัวผ่านผ่านภูมิประเทศที่มีความสูงในเขตเทือกเขา ดังนั้นจึงเคลื่อนตัวไปตามลักษณะภูมิประเทศ(Terrain-forced flow) ตามช่องว่างของเทือกเขา อย่างไรก็ตาม มีการเคลฃื่อนตัวของกระแสไอน้ําขนาดเล็กผ่านช่องเขาใกล้เมือง Dhana Sar คุณลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของการถ่ายภาพนักบินอวกาศของโลกคือความสามารถของลูกเรือบนสถานีอวกาศในการเน้นถึงภูมิทัศน์โดยการถ่ายภาพจากมุมมองอื่นที่ไม่ใช่แบบตรงลงมา (nadir) ภาพนี้ใช้ประโยชน์จากมุมมองเฉียงเพื่อเน้นถึงความสลับซับซ้อนของแนวเทือกเขาสุไลมาน Astronaut photograph ISS070-E-42565 was acquired on December 17, 2023, with a Nikon D5 digital camera using a focal length of 460 millimeters. It is provided by […]

ฝุ่นทะเลทรายลอยข้ามแอตแลนติก

ทะเลทรายซาฮารา แคริบเบียน และเท็กซัส อาจอยู่ห่างกันหลายพันไมล์ แต่มีฝุ่นปริมาณมหาศาลเชื่อมโยงสถานที่เหล่านี้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2561 เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ดาวเทียมเริ่มตรวจพบกลุ่มฝุ่นซาฮาราที่พัดผ่านมอริเตเนีย เซเนกัล แกมเบีย และกินี-บิสเซา ก่อนเคลื่อนตัวออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติก ในอีกสิบวันข้างหน้า ท้องฟ้าเหนือแอฟริกาตะวันตกและทั่วมหาสมุทรแอตแลนติกเขตร้อนถูกย้อมเป็นสีเหลืองที่โดดเด่นเมื่อลมพัดแรงกระตุ้นฝุ่นซาฮาราลอยไปทางทิศตะวันตก จากการวิเคราะห์ มหาสมุทรแอตแลนติกเขตร้อนเป็นสัปดาห์ที่มีฝุ่นมากที่สุดในรอบ 15 ปี แผนที่ด้านบนแสดงฝุ่นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2561 ซึ่งแสดงโดยแบบจำลองระบบสังเกตการณ์โลกก็อดดาร์ด เวอร์ชัน 5 (GEOS-5) การจำลองจาก GEOS-5 แสดงให้เห็นกลุ่มฝุ่นจากที่ไกลที่สุดไปถึงอิรักและซาอุดิอาระเบียพัดผ่านแอฟริกาเหนือในช่วงกลางเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ฝุ่นส่วนใหญ่ที่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกดูเหมือนจะมาจากที่ลุ่ม Bodele ซึ่งเป็นก้นทะเลสาบที่แห้งแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของชาด GEOS-5 เป็นแบบจำลองบรรยากาศทั่วโลกที่ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เพื่อเป็นตัวแทนของกระบวนการทางกายภาพ การวัดคุณสมบัติทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ความเร็วและทิศทางลม จะถูกจัดเก็บไว้ในแบบจำลองเพื่อทำการคำนวณให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สังเกตได้มากที่สุด การคำนวณนับล้านที่เกี่ยวข้องกับโมเดลที่มีรายละเอียดดังกล่าวต้องใช้โปรเซสเซอร์คอมพิวเตอร์หลายพันตัว ดาวเทียมหลายดวงจับภาพฝุ่นข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก NOAA แบ่งปันภาพที่น่าประทับใจจาก GOES-EAST เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 เครื่องมือวัด Moderate […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings