สถานะของสภาพภูมิอากาศโลกปี 2563

ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญซึ่งคือ คาร์บอนไดออกไซด์(CO2) มีเทน(CH4) และไนตรัสออกไซด์(N2O) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2562 และ 2563 แม้ว่าจะเป็นช่วงปรากฏการณ์ลานีญา(La Niña) แต่ปี 2563 ยังเป็นหนึ่งในจำนวน 3 ปีที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมารวมถึงปี 2563 นั้นมีแนวโน้มจะเป็นหกปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นตลอดการบันทึกด้วยมาตรวัดความสูง แต่เมื่อเร็วๆ นี้ ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงขึ้น ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการละลายของพืดน้ำแข็งในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกมีเพิ่มมากขึ้น ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2563 ใกล้เคียงกับปี 2562 และสอดคล้องกับแนวโน้มระยะยาว ระดับน้ำทะเลโลกที่ลดลงเล็กน้อยในช่วงหลังของปี 2020 มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดขึ้นของปรากฏการณ์ La Niña ซึ่งคล้ายกับการลดลงชั่วคราวที่เกี่ยวข้องปรากฏการณ์ La Niña ก่อนหน้านี้ กว่า 80% ของพื้นที่มหาสมุทรประสบกับคลื่นความร้อนทางทะเลอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน มหาสมุทรส่วนใหญ่พบคลื่นความร้อนทางทะเลจัดอยู่ในประเภท ‘เข้มข้น’ (43%) มากกว่า ‘ปานกลาง’ (28%) ปี 2562 พบว่าปริมาณความร้อนในมหาสมุทรสูงสุดเป็นประวัติการณ์และอัตราการร้อนขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวซึ่งบ่งชี้ว่า มีการดูดซับความร้อนอย่างต่อเนื่องจากความไม่สมดุลของการแผ่รังสีที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจก ในอาร์กติก […]

มหาพายุไต้ฝุ่นเข้าถล่มฟิลิปปินส์

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2020 พายุที่รุนแรงที่สุดแห่งปีได้พัดถล่มฟิลิปปินส์ ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วมรายงานว่าซูเปอร์ไต้ฝุ่นโกนีขึ้นฝั่งโดยมีลมคงที่สูงสุด 310 กิโลเมตร (195 ไมล์) ต่อชั่วโมงใกล้ศูนย์กลาง องค์กรบรรเทาทุกข์แนะนำว่าบนเกาะ Catanduanes ซึ่งเป็นจุดที่พายุขึ้นฝั่งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาคารมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ถูกทำลาย แต่พายุได้ทำลายบ้านเรือนหลายหมื่นหลังบนเกาะทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300,000 คนและคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 20 คน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนสภากาชาดฟิลิปปินส์รายงานว่าเกาะ Catanduanes ไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าน้ำและเครือข่ายเซลลูลาร์ได้ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2020 เครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียม Suomi NPP ขององค์การ NASA-NOAA ได้จับภาพ Goni สีธรรมชาติและอินฟราเรดเหล่านี้ (หรือที่เรียกกันในท้องถิ่นว่า Rolly) ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินถล่ม ภาพที่สองแสดงข้อมูลอุณหภูมิความสว่างซึ่งมีประโยชน์ในการแยกแยะโครงสร้างเมฆ (สีน้ำเงิน) จากพื้นผิวด้านล่าง (สีเหลือง) โกนีเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในวันที่ 28 […]

เมื่อ”ฝุ่น” กับ “พายุ” มาเจอกัน

ในเดือนกันยายน 2563 ไฟป่าครั้งประวัติศาสตร์ตามแนวชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ทำให้กลุ่มฝุ่นควันไฟยกตัวขึ้นสูงขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ อิทธิพลของกระแสลมบนพัดพาให้ฝุ่นลอยจากตะวันตกไปตะวันออก ดาวเทียมต่างๆ ทำการติดตามฝุ่นควันไฟป่าเมื่อมันแพร่กระจายครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ อันตรายที่สอง พายุหมุนเขตร้อน(Tropical cyclones)—ก็ช่วยการกระจายตัวของฝุ่นควันที่ลอยตัวในระดับสูง ในขณะที่พายุเคลื่อนตัวอยู่เหนือตอนกลางและตะวันออกเฉียงเหนือ(ของสหรัฐ) ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน ภาพชุดด้านบนแสดงความเข้มข้นและการกระจายตัวของ black carbon ซึ่งเป้นละอองลอย(aerosol) ที่พบในควันไฟป่าโดยที่มันฝ่าขึ้นไปจนถึงชั้นกระแสลมกรด(jet stream winds) กระจายทั่วทั้งสหรัฐ ข้อมูล black carbon มาจากแบบจำลอง GEOS forward processing (GEOS-FP) ที่รวบรวมมาจากดาวเทียม ยานบินและระบบการสังเกตการณ์ภาคพื้นดิน ส่วนเครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียม NOAA-NASA Suomi NPP จะบันทึกภาพของพายุ เมื่อพายุเฮอร์ริเคน Paulette ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกในวันที่ 14 กันยายน การหมุนตัวของพายุช่วยให้ท้องฟ้าบริเวณโดยรอบปลอดโปร่ง ในวันที่ 15 กันยายน ฝุ่นควันไฟป่าเริ่มเคลื่อนตัวมาถึงขอบด้านนอกของพายุ Paulette […]

ว่าด้วยละอองลอย(Aerosol)บนโลก

หายใจลึกๆ ถึงแม้ว่าอากาศจะดูแจ่มใส มันเกือบแน่นอนว่าเราได้หายใจเอาอนุภาคของแข็งและละอองของเหลวเข้าไป สสารที่มีอยู่ทั่วไปนี้รู้จักกันในชื่อ “ละอองลอย(aerosols) ซึ่งพบได้ทุกหนทุกแห่งในอากาศเหนือผิวมหาสมุทร ทะเลทราย เขตเทือกเขา ผืนป่า ทุ่งน้ำแข็งและระบบนิเวศทุกๆ แห่งระหว่างนั้น หากเราเคยเห็นควันที่กระจายปกคลุมจากการเกิดไฟป่า เถ้าจากการระเบิดของภูเขาไฟและฝุ่นละอองในสายลม ที่เราเห็นนั่นแหละคือละอองลอย เครื่องมือวัดบนดาวเทียมหลายดวง เช่น  Terra, Aqua, Aura, and Suomi NPP  ก็เห็น (see) ละอองลอยเหล่านี้ด้วย โดยเป็นมุมมองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงสูงจากพื้นผิวโลกนับร้อยกิโลเมตร แบบจำลองของ Nasa ที่เรียกว่า Goddard Earth Observing System Forward Processing (GEOS FP) ทำให้เราได้ภาพที่ครอบคลุมของละอองลอยที่กระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศโลก ภาพด้านบนเป็นผลของแบบจำลอง GEOS FP ในวันที่  23 สิงหาคม 2561 ในวันดังกล่าว มีแนวควันขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือทวีปอเมริกาเหนือและแอฟริกา พายุหมุนเขตร้อนสามลูกเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และกลุ่มก้อนของฝุ่นขนาดใหญ่ลอยอยู่ในทะเลทรายของแอฟริกาและเอเชีย สามารถมองเห็นพายุได้ชัดในขดขนาดยักษ์ของเกลือทะเล (sea salt aerosol)แสดงเป็นสีฟ้าโดยมีลมยกตัวขึ้นสู่อากาศเป็นส่วนหนึ่งของสเปร์ยทะเล(sea spray) เขม่าดำ(Black carbon) (แสดงเป็นสีแดง)เป็นอนุภาคที่เกิดจากการเปาไหม้ การสันดาปของเครื่องยนต์และการปล่อยจากกิจกรรมอุตสาหกรรม ส่วนอนุภาคที่แบบจำลองได้จำแนกว่าเป็น […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings