หายนะจากอุทกภัยสุดขีดที่ยุโรป
ชุมชนในเยอรมนี เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์สะเทือนหนักหลังจากฝนในเดือนกรกฎาคมที่ตกลงมาอย่างหนักแบบสุดขีดและเกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายในหลายส่วนของยุโรปตะวันออก พื้นที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุดมีปริมาณที่จริงๆ แล้วควรจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือน แต่ปริมาณฝนดังกล่าวกลับถล่มลงมาครั้งเดียวภายใน 24 ชั่วโมง ทุบสถิติปริมาณการตกของฝน(และน้ำฟ้า)ที่เคยบันทึกกันมาทั้งหมด ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อท่วมในระดับสูงครั้งใหม่ และก่อให้เกิดนำ้ท่วมแบบฉับพลันที่ทำลายล้าง ฝนที่ตกลงมาในช่วงกลางคืนของวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2565 สร้างความเสียอย่างหนัก หลายคนนอนหลับในช่วงที่ฝนเทลงมาอย่างหนักที่สุด และหลุดลอยไปกับกระแสน้ำที่กระหน่ำเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว มีเขื่อนพัง และน้ำท่วมบ้านเรือน รายงานข่าวประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 196 คน และผู้บาดเจ็บนับพันคน และอีกหลายร้อยคนยังสูญหาย ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพเหตุอุทกภัยตามแม่น้ำมิวส์และแม่น้ำโรเออร์ เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเอ่อท่วม ผู้คนราว 5,000 คนถูกบังคับให้อพยพออกจากเมืองโรมอนด์ เมืองหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ใกล้ชายแดนเยอรมนี เขื่อนแตกบนแม่น้ำ Roer มีส่วนทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างกว้างขวาง ผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาพอสมควรเพื่อวิเคราะห์ว่าหายนะจากอุทกภัยครั้งนี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นจากมนุษย์หรือไม่อย่างไร นักวิทยาศาสตร์ต้องอึ้งกับข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นนำไปสู่การเกิดฝนที่ตกหนักมากขึ้นและบ่อยครั้งขึ้นในหลายพื้นที่ของโลก นักวิจัยและนักอุตุนิยมวิทยาบางคนยังเสนอว่าการที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงแบบแผนของกระแสลมกรด(jet stream) ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า ‘Blocking Patterns’ ซึ่งคือการที่ความกดอากาศสูงหรือความกดอากาศต่ำก่อตัวล้อมพื้นที่หนึ่งจนขัดขวางไม่ให้กระแสอากาศอื่นๆ ผ่านเข้าไป อย่างเช่นกรณีการตกอย่างหนักของฝนเป็นเวลายาวนานติดต่อกัน ที่มา : NASA […]
พันธนากรแห่งภูมิศาสตร์ : แผนที่ทั้ง 10 ที่บอกเล่าทุกสิ่งเกี่ยวกับโลก
วิจารณ์หนังสือ Prisoners of Geography : Ten Maps That Explain Everything About The World เขียนโดย Tim Marshall Tim Marshall ผู้เขียนเคยทำงานเป็นผู้สื่อข่าวต่างประเทศของสถานีโทรทัศน์ Sky News ของสหราชอาณาจักร เขารายงานข่าวจาก 30 ประเทศทั่วโลก รวมถึงเขตสงคราม 6 พื้นที่ หลังจากทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนแนวหน้ามา 25 ปี ปัจจุบันเขาเป็นบรรณาธิการเว็บไซต์ TheWhatAndTheWhy.com และอาศัยอยู่ในลอนดอน หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนวิเคราะห์ทั้งมิติการเมืองและประวัติศาสตร์อย่างมีชีวิตชีวาในทุกบทตอน เขาเริ่มต้นเล่าเรื่องจาก (1) รัสเซีย (2) จีน (3)สหรัฐอเมริกา (4) ยุโรปตะวันตก (5) แอฟริกา (6) ตะวันออกกลาง (7) อินเดีย-ปากีสถาน (8) เกาหลี-ญี่ปุ่น (9) อเมริกาใต้ และจบที่ […]
ยกเลิกการใช้พีวีซี ทางออกคือการผลิตที่สะอาด
สิ่งที่อุตสาหกรรมพีวีซีอยากให้เราเชื่อคือผลิตภัณฑ์ของเขาจำเป็นสำหรับสังคมยุคใหม่ซึ่งมีการใช้พลาสติกพีวีซีทุกหนทุกแห่ง ทั้งนี้ไม่ใช้เพราะผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพมากกว่าแต่มันสามารถใช้ทดแทนวัสดุที่เราเคยใช้ในราคาที่ถูกกว่าเท่านั้น แต่หากมองลึกเข้าไปถึงมูลค่าแท้จริงที่จะต้องจ่าย มากกว่าแค่ราคาที่ต้องจ่ายตอนซื้อผลิตภัณฑ์พีวีซี เราจะพบว่ามูลค่าที่แท้จริงของวัสดุธรรมชาติที่เราเคยใช้นั้นจะถูกกว่าในระยะยาว บริษัท องค์กรท้องถิ่น และสถาบันที่มีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้า ได้ตระหนักมากขึ้นถึงผลกระทบที่จะเกิดจากการใช้พีวีซี และองค์กรเหล่านั้นจำนวนมากได้เริ่มปฎิบัติการในทางปฏิบัติ ในปี 2530 หลังจากมีการทำประชาพิจารณ์ คณะกรรมการเมือง Bielefeld ในเยอรมนี ได้ประกาศห้ามใช้พีวีซีในอาคารสาธารณะ ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสนามโบว์ลิ่งและเกิดเถ้าสารพิษไดออกซินออกมาจำนวนมาก ซึ่งต่อมีการสรุปว่าไดออกซินที่เกิดขึ้นเกิดจากเฟอร์นิเจอร์และสายไฟพีวีซีในอาคารนั่นเอง สองปีต่อมา เมืองBielefeld มีการใช้วัสดุทดแทนพีวีซีมากถึง 90 ร้อยละในภาคก่อสร้าง ทำให้เมืองและองค์กรท้องถิ่นมากกว่า 60 แห่งในเยอรมนีดำเนินตามประสบการณ์ของ Bielefeld หากจะมีสิ่งที่น่าเสียใจสำหรับองค์กรท้องถิ่นใน Bielefeld สิ่งเดียวก็คือน่าจะทำเร็วกว่านี้ ไม่ใช่เรื่องที่มีการกล่าววอ้างว่าการใช้วัสดุทดแทนนั้นแพงกว่าและทำได้ยากกว่า การรณรงค์หาทางเลือกแทนการใช้พีวีซีได้ลดกระแสการโฆษณาว่าพีวีซีมีคุณภาพดีกว่าและประหยัดค่าใช้จ่ายการซ่อมมากกว่าลงไป ปัจจุบันมีองค์กรท้องถิ่นกว่า 60 แห่งในเยอรมันที่ประกาศยกเลิกการใช้พีวีซีในอาคาร ในปี 2533 รัฐบาลสวีเดนได้ทำข้อตกลงกับอุตสาหกรรมที่จะให้มีการห้ามใช้พีวีซีในการบรรจุอาหารและเครื่องดื่มโดยสมัครใจ ทำให้การใช้พีวีซีในงานบรรจุภัณฑ์จะลดลงบ้างแต่ก็ยังไม่ทั้งหมด ปี 2534 ในสวิสเซอร์แลนด์ ได้มีการประกาศห้ามใช้วัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกในการบรรจุอาหาร ซึ่งทำให้พีวีซีถูกห้ามใช้ ในเยอรมนี เครือข่ายห้างค้าปลีก Tengelman ได้ตัดสินที่จะเลิกใช้พีวีซีท่ามกลางแรงกดดันของอุตสาหกรรมพีวีซีที่เรียกร้องให้มีการทบทวนนโยบายนี้เสีย บรรจุภัณฑ์พีวีซีส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากพีพี (Polypropylene) ในออสเตรีย สองในเก้ารัฐได้ประกาศห้ามใช้พีวีซีในอาคารสาธารณะ และเมืองหลวงของภูมิภาคสามแห่งได้ประกาศห้ามใช้พีวีซี ในกรุงเวียนนา […]
