Taragraphies — Header Component

อาบแสงตะวันในทะเลทรายธาร์แห่งอินเดีย

อุณหภูมิที่แผดเผา ดินที่ไร้ความอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำที่จำกัด และพายุทะเลทรายบ่อยครั้งทำให้เมือง Phalodi ในทะเลทรายธาร์ของอินเดียเป็นสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัย ทว่าแผ่นดินกว้างใหญ่ที่เปิดโล่งและแสงแดดทำให้พื้นที่ห่างไกลของรัฐราชสถานทางตะวันตกแห่งนี้เป็นสถานที่อุดมคติในการเก็บเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการ Bhadla Solar Park ใกล้ชายแดนอินเดียกับปากีสถาน เริ่มปรากฏในภาพถ่ายดาวเทียมในปี 2558 ขณะนี้แผงโซลาร์เซลล์หลายล้านแผงปกคลุม Phalodi ทำให้ดูเสมือนพื้นโลหะบนภูมิประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทรายสีน้ำตาล เครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บน Landsat 8 จับภาพดาวเทียมสีธรรมชาติของSolar Park นี้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2565 Bhadla Solar Park ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5700 เฮกตาร์ (35,625 ไร่) ซึ่งเป็นพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีกำลังการผลิตรวม 2,245 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นสวนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้รัฐราชสถานแซงหน้า Karnataka ในฐานะรัฐของอินเดียที่มีกำลังผลิตติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดตามรายงานของ Mercomm India แม้ว่าท้องฟ้าแจ่มใสอย่างต่อเนื่องของพื้นที่จะทำให้มีแสงแดดมากมาย แต่พายุทะเลทรายบ่อยครั้งทำให้เกิดความท้าทายทางวิศวกรรมเพราะดินทรายแผงเข้าปกคลุมแผงโซลาร์เซลล์เป็นอุปสรรคต่อการผลิตไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดหลายพันตัวบนแผงควบคุม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อลดความต้องการใช้แรงงานคนและลดปริมาณน้ำที่จำเป็นสำหรับการทำความสะอาด งานวิจัยล่าสุดบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าภาพถ่าย […]

โครงการเก็บขยะพลาสติกในแม่น้ำคงคาของกลุ่มบริษัทน้ำมันและเคมียักษ์ใหญ่ระดับโลกต้องล่มลงและไปไม่รอด

รถเข็นและตะแกรงโลหะที่ใช้ดักจับขยะและติดคำว่า “Renew Oceans” ตั้งกองอยู่ด้านนอกสำนักงานที่ว่างเปล่าและมีกุญแจล็อคในเมืองพาราณสีของอินเดีย เดินไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำคงคา ทั้งหมดนี้เป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทน้ำมันและเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอ้างว่า สามารถแก้ปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกในมหาสมุทรที่กำลังคร่าชีวิตสัตว์ทะเล ตั้งแต่แพลงก์ตอนไปจนถึงวาฬ ทำให้ชายหาดเขตร้อนและแนวปะการังปนเปื้อนมลพิษ ข้อมูลจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมสองกลุ่มระบุว่า การปิดโครงการ Renew Oceans ซึ่งไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเป็นสัญญาณว่า อุตสาหกรรมที่มีอนาคตทางการเงินเชื่อมโยงกับการขยายกำลังการผลิตพลาสติกได้ลดเป้าหมายเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของมลพิษพลาสติก The Alliance to End Plastic Waste ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในสิงคโปร์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อสองปีก่อนโดยบริษัทน้ำมันและเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ กล่าวบนเว็บไซต์ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ว่า การร่วมมือกับงานที่เป็นความร่วมมือกับโครงการ Renew Oceans จะขยายไปยังแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก และ “ในที่สุดสามารถหยุดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรโลกได้” กลุ่มบริษัท Exxon Mobil Corp, Royal Dutch Shell Plc, Dow Inc, Chevron Phillips Chemical Co และบริษัทอื่นๆ อีกประมาณ 50 แห่ง มุ่งมั่นที่จะใช้เงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปี […]

ฝนมรสุมท่วมเอเชีย

ฝนที่มาพร้อมกับมรสุมฤดูร้อนมีบทบาทสำคัญเชิงเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยการเติมเต็มแหล่งน้ำใต้ดิน เป็นทรัพยากรน้ำที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า(จากเขื่อน) และเพื่อการเกษตร แต่ในบางปี ฝนตกหนักมากทุบสถิติในบางพื้นที่ เช่นกับปี พ.ศ.2563 นี้ จนถึงกลางเดือนกรกฎาคม อุทกภัยส่งผลกระทบต่อคนนับล้านทั้งในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออก แผนที่นี้แสดงการสะสมของฝนทั่งทั้งเอเชียจากวันที่ 1 มิถุนายน (เริ่มต้นมรสุมฤดูร้อน) ถึงเดือนกรกฏาคม 2563 ข้อมูลประมาณมาจากIntegrated Multi-Satellite Retrievals for GPM (IMERG) ซึ่งเป็นเครื่องมือของปฏิบัติการ Global Precipitation Measurement (GPM) ส่วนสีแดงเข้มเป็นพื้นที่ที่ GPM ตรวจพบฝนตกเกิน 100 เซนติเมตร ในช่วงเวลาดังกล่าว อันเนื่องมาจากเป็นค่าเฉลี่ยจากข้อมูลดาวเทียม ปริมาณการตกของฝนอาจสูงกว่าเมื่อมีการวัดจริงๆ ในภาคพื้นดิน สังเกตว่าปริมาณน้ำฝนโดยรวมที่สูงทั่วทั้งอินเดีย ตามที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกระบุว่าหลายส่วนของภาคกลางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียได้รับปริมาณน้ำฝน 15 เซนติเมตร (6 นิ้ว) มากกว่าปกติในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ยกตัวอย่างเช่นรัฐอัสสัมของอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือได้รับฝนทั้งหมด 89 เซนติเมตร (35 นิ้ว) ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายนถึง 22 กรกฎาคมสูงกว่าปกติประมาณร้อยละ 20 ปริมาณน้ำฝนกระตุ้นให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ซึ่งทำให้หมู่บ้านต่าง ๆ ต้องพลัดถิ่น […]

ละอองลอยลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ทางตอนเหนือของอินเดีย

ในวันที่ 25 มีนาคม 2563 รัฐบาลอินเดียออกมาตรการกักกันอย่างเข้มข้นกับประชากร 1.3 พันล้านของตนเพื่อลดการระบาดของโรค COVID-19 coronavirus มาตรการที่เกิดขึ้นทั่วประเทศนี้นำไปสู่การลดกิจกรรมการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมและการจราจรทั้งทางบก ทางอากาศ รถบรรทุก รถบัสและรถยนต์ส่วนตัว สองสามสัปดาห์หลังจากนั้น เซนเซอร์บนดาวเทียมของ NASA บันทึกระดับละอองลอยที่ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ในพื้นที่ทางตอนเหนือของอินเดีย ทุกๆ ปี ละอองลอยจากกิจกรรมของมนุษย์มีส่วนทำให้มลพิษทางอากาศอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในเมืองหลายแห่งของอินเดีย “ละอองลอย(aerosol)” ตัวอย่างเช่น ฝุ่นที่ลอยมาตามกระแสลม เกลือทะเล เถ้าจากการระเบิดของภูเขาไฟ ควันไฟป่า และมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ละอองลอยสามารถทำให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกอุ่นขึ้นหรือเย็นลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด ชนิดและตำแหน่งของมัน ละอองลอยช่วยทำให้เมฆก่อตัวหรือจำกัดการก่อตัวของเมฆ ละอองลอยบางชนิดมีอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์หากรับเข้าไปในร่างกาย ละอองลอยที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์มักมีอนุภาคที่เล็กกว่าซึ่งสามารถทำลายสุขภาพของมนุษย์ได้มากกว่า Pawan Gupta นักวิทยาศาสตร์จาก Universities Space Research Association (USRA) ที่ Marshall Space Flight Center ขององค์การนาซากล่าวว่า “เรารู้ว่าเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบในบรรยากาศในพื้นที่หลายแห่งในช่วงล็อกดาวน์ แต่ฉันไม่เคยเห็นค่าความเข้มข้นของละอองลอยที่ตำ่ขนาดนี้ในที่ราบลุ่มอินโด-คงคา(the Indo-Gangetic Plain) […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings