คลื่นความร้อนในอินเดีย
ช่วงต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ.2562 คลื่นความร้อนเข้มข้นสร้างความแห้งผากทางตอนเหนือของอินเดีย บางพื้นที่เผชิญกับอุณหภูมิที่สูงเกิน 45 องศาเซลเซียส(113 องศาฟาเรนไฮต์) ในวันที่ 10 มิถุนายน คือวันที่ร้อนที่สุดของเดือนในกรุงเดลี อุณหภูมิแตะ 48 องศาเซลเซียส (118 องศาฟาเรนไฮต์) แผนที่ด้านบนแสดงอุณหภูมิในวันที่ 10 มิถุนายน ในอินเดียและปากีสถาน ซึ่งเจอกับสภาพร้อนแล้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แผนที่ทำขึ้นจากแบบจำลอง Goddard Earth Observing System (GEOS) โดยเป็นอุณหภูมิอากาศที่ระดับ 2 เมตรจากพื้นผิว แบบจำลอง GEOS-5 เช่นเดียวกับแบบจำลองสภาพภูมิอากาศอื่นๆ จะใช้สมการทางคณิตศาสตร์ที่เป็นตัวแทนของกระบวนการทางกายภาพ (เช่น น้ำฟ้าและกระบวนการเกี่ยวกับเมฆ) เพื่อคำนวณว่าชั้นบรรยากาศจะทำอะไร การวัดคุณสมบัติทางกายภาพจริงๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และลม จะนำเข้าสู่แบบจำลองเพื่อทำให้การทำ simulation ใกล้เคียงกับการวัดจริงๆ มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยทั่วไป เดือนพฤษภาคมและมิถุนายนจะเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมจำนวนเพิ่มขึ้น จากข้อมูลของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ปีที่ร้อนที่สุด 15 อันดับแรกเกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 […]
อุทกภัยแห่งศตวรรษในอินเดีย
สายฝนแห่งฤดูมรสุมถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลคือก่อให้เกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรัฐเคลาราของอินเดียนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1924 (พ.ศ. 2467) เหตุเริ่มจากปริมาณฝนที่เทลงมาในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 มีผู้คนนับล้านต้องอพยพ อีกหลายร้อยชีวิตต้องสูญเสีย บ้านเรือนเสียหายราว 50,000 หลัง ถือเป็นการตกของฝนที่มีปริมาณมากที่สุดของรัฐเคลาราในฤดูมรสุมนี้ ภาพบนแสดงปริมาณฝนตกสะสมระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคมถึงวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ปริมาณการตกสูงสุดในรัฐเคราลาเกิดขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคม และไปถึงระดับสูงผิดปกติระหว่างวันที่ 8 และ 16 สิงหาคม นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เป็นต้นมา พื้นที่แถบนี้รับการตกของฝนมากกว่าร้อยละ 42เทียบกับปริมาณการตกตามปกติในช่วงเวลาเดียวกัน ในช่วง 20 วันแรกของเดือนสิงหาคม รัฐเคราลามีฝนตกมากขึ้นร้อยละ 164 มากกว่าปริมาณการตกของฝนตามปกติ ฝนยังตกแบบถล่มถลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ภาคตะวันตกของเมียนมาร์เจอกับฝนที่กระหน่ำลงมาในช่วงกลางเดือนกรกฏาคมและเดือนสิงหาคม ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ผู้คน 150,000 คน ต้องอพยพในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นอุทกภัยครั้งร้ายแรงในรอบ30 ปี ระดับน้ำในแม่น้ำ Bago และ Sittaung เพิ่มสูงที่สุดในรอบ 50 ปี แม่น้ำ […]
โรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดียมีส่วนทำให้เกิดหมอกควันพิษปกคลุมบังคลาเทศ
สิ่งที่กลายเป็นเรื่องปกติในบังคลาเทศในช่วงฤดูหนาว คือ หมอกควันหนาทึบปกคลุมประเทศ ภาพด้านบนคือภาพถ่ายดาวเทียมที่เครื่องมือ Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer (MODIS) บนดาวเทียม Terra ถ่ายไว้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 แถบหมอกควันพิษเป็นผลพวงของการรวมตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็กและละอองไอน้ำจำนวนมหาศาลที่ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ หมอกควันพิษดังกล่าวนี้เป็นตัวกระจายและดูดซับแสงอาทิตย์ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบและรูปร่างของอนุภาคนั้น ภูมิประเทศที่ปกติจะมีสีสันแตกต่าง ก็จะเห็นเป็นเฉดสีเทาหม่นๆ ดังภาพ ส่วนแถบสีขาวในภาพนั้นคือเมฆ อนุภาคแขวนลอยในบรรยากาศมาจากหลายแหล่งด้วยกัน โดยที่การเผาไหม้ชีวมวลนั้นเป็นแหล่งกำเนิดหลักในบังคลาเทศ ด้วยความที่ประชากรส่วนใหญ่ยังใช้ไม้ฟืน ฟางข้าว มูลสัตว์และการหุงหาอาหารและใช้เป็นความร้อนในบ้านเรือน เชื้อเพลิงชีวภาพเหล่านี้ปลดปล่อยอนุภาคแขวนออกสู่บรรยากาศเพราะว่าผู้คนใช้การเผาไหม้ในอุณหภูมิต่ำทำให้เกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ยานยนตร์และอุตสาหกรรมก็มีส่วนทำให้เกิดหมอกควันพิษในฤดูหนาวปกคลุมเหนือท้องฟ้าแห่งบังคลาเทศ อุตสาหกรรมทำอิฐ ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการในฤดูหนาว ก็เป็นแหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นละอองแขวนลอยเพราะใช้เตาเผาอิฐที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก การศึกษาโดยใช้ข้อมูลตรวจวัดคุณภาพอากาศภาคพื้นดิน ระบุว่า 1 ใน 3 ของฝุ่นละอองขนาดเล็กมาจากยานพาหนะ อีก 1 ใน 3 มาจากเตาเผาอิฐ และที่เหลือนั้นมาจากกระแสที่พัดพาเอาฝุ่นจากพื้นดินแห้งและฝุ่นจากผิวถนน ในขณะที่การผลิตอิฐและการใช้ความร้อนมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว สภาพทางอุตุนิยมวิทยาก็มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดหมอกควันพิษด้วย ในช่วงที่เหลือของปี ฝนที่ตกหนักช่วยชะล้างฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศ แต่ช่วงฤดูหนาวนั้นเป็นช่วงที่แห้งแล้ง กระแสลมก็พัดอ่อนลงด้วยในช่วงฤดูหนาวซึ่งทำให้มลพิษและฝุ่นละอองต่างๆ กักตัวในอยู่ในพื้นที่ อินเดียเพื่อนบ้านของบังคลาเทศได้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในอัตราเร่งเมื่อไม่นานมานี้ เครื่องมือวัดโอโซนบนดาวเทียมออราตรวจพบการเพิ่มขึ้นของการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ร้อยละ 60 จากโรงไฟฟ้าถ่านหินในอินเดียในช่วงปี 2005 […]
ปัจจุบันมี 100 ประเทศทั่วโลกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม
ที่กรุงบอนน์ เยอรมนี สมาคมพลังงานลมระดับโลกนำเสนอข้อมูลล่าสุดในรายงาน World Wind Energy Report 2012 ว่าขณะนี้มี 100 ประเทศผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศอันดับ 100 ที่เข้าร่วมการปฏิวัติพลังงานโลก รายงานภาษาอังกฤษฉบับเต็มดาวน์โหลดได้จาก http://wwindea.org/home/index.php?option=com_content&task=view&id=387&Itemid=43 เราสามารถสรุปประเด็นใหญ่ ๆ จากรายงานได้ดังต่อไปนี้ : กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทั่วโลกมีถึง 282,275 เมกะวัตต์ โดยในปี 2555 มีจำนวน 44,609 เมกะวัตต์ ที่เพิ่มเข้ามา มากกว่าครั้งใด ๆ พลังงานลมมีอัตราการเติบโตร้อยละ 19.2 ต่อปี เป็นเวลามากกว่าทศวรรษแล้ว กังหันลมทั้งหมดทั่วโลกที่ติดตั้งจนถึงปลายปี 2555 ผลิตไฟฟ้าได้ 580 เทระวัตต์ต่อปี มากกว่าร้อยละ 3 ของความต้องการไฟฟ้าทั่วโลก ภาคอุตสาหกรรมพลังงานลมในปี 2555 มีผลประกอบการราว 6 หมื่นล้านยูโร หรือ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จีนและสหรัฐอเมริกามีกำลังผลิตติดตั้งราว 13 กิกะวัตต์ จากกังหันลมผลิตไฟฟ้าใหม่ […]
