บทไว้อาลัยให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors – SMRs)

เครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์กำลังถูกโปรโมตอย่างหนัก แต่ในทางเศรษฐศาสตร์แล้ว “ไม่คุ้ม” และ “ไม่ลงตัว” อุตสาหกรรมนิวเคลียร์กำลังผลักดันแนวคิดการสร้าง SMRs อย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศแทบไม่มีโอกาสสร้างเครื่องปฏิกรณ์กำลังผลิตขนาดใหญ่รุ่นใหม่อีกแล้ว เครื่องปฏิกรณ์กลุ่มนี้จะมีขนาดกำลังผลิตต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ (MW) ในขณะที่เครื่องปฏิกรณ์ขนาดใหญ่มักอยู่ราว 1,000 MW แนวคิดคือจะลดงานก่อสร้างหน้างานจริง แล้วแทนด้วยการผลิตชิ้นส่วนเครื่องปฏิกรณ์ในโรงงานแบบมาตรฐาน (standardised factory production) ก่อนนำไปติดตั้งที่ไซต์ เพื่อ “กดต้นทุนลง” และ “เพิ่มการควบคุมคุณภาพ” บทความนี้จะเน้นไปที่ “เศรษฐศาสตร์ที่น่าเคลือบแคลง” ของ SMRs แต่ก็มีลักษณะเด่นอีกสองอย่างของจักรวาล SMR ที่ควรกล่าวถึง (รายละเอียดดูได้ในฉบับล่าสุดของ Nuclear Monitor) เชื้อเพลิงฟอสซิลและลัทธิทหารนิยม ประการแรก กระแสคลั่งไคล้ SMRs แทบไม่เกี่ยวกับ “สิ่งแวดล้อมแบบเป็นมิตรต่อภูมิอากาศ” เลย ราว ครึ่งหนึ่ง ของ SMRs ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง (โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของรัสเซีย, เรือทำลายน้ำแข็งรุ่น RITM-200 ของรัสเซีย และเครื่องปฏิกรณ์สาธิต ACPR50S ของจีน) ถูกออกแบบมาเพื่อ เอื้อการเข้าถึงทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิล ในอาร์กติก ทะเลจีนใต้ และพื้นที่อื่น ๆ ตัวอย่างอีกกรณีอยู่ที่แคนาดา ซึ่งหนึ่งในแนวทางใช้ SMR ที่กำลังพิจารณาคือการผลิตไฟฟ้าและความร้อนเพื่อ สกัดไฮโดรคาร์บอนจากทรายน้ำมัน […]

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก(Small Modular Reactors) : เรื่องราวแห่งความล้มเหลว

เรียบเรียงจาก https://www.climateandcapitalmedia.com/small-modular-nuclear-reactors-a-history-of-failure/ เขียนโดย Dr. Jim Green is the national nuclear campaigner with Friends of the Earth Australia. กระแสความตื่นตัวระดับโลกเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่แทบไม่มีที่ใดเลยที่มีแนวโน้มว่าจะสร้างขึ้นจริง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMRs) ได้รับการกล่าวถึงและโปรโมตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทว่าความเป็นจริงคือยังไม่มีเครื่องปฏิกรณ์ SMR ใดถูกสร้างขึ้น ไม่ว่าจะในอดีตหรือในปัจจุบัน และมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่มีการสร้างขึ้นในอนาคต เนื่องจากต้นทุนที่สูงเกินกว่าจะคุ้มค่า SMR หมายถึง เครื่องปฏิกรณ์ที่มีกำลังการผลิตไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ (MW) โดยมีการผลิตชิ้นส่วนของเครื่องปฏิกรณ์แบบต่อเนื่องจากโรงงาน (หรือที่เรียกว่า “โมดูล”) แม้จะยังไม่มี SMR ที่สร้างสำเร็จจริง แต่ที่ผ่านมาก็มีการสร้างเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 300 MW) ในหลายประเทศแล้ว โดยไม่ได้ใช้การผลิตแบบโรงงานหรือโมดูลาร์ ก่อนจะพิจารณาประวัติที่เต็มไปด้วยปัญหาของเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็ก ควรเข้าใจบริบทที่นำไปสู่กระแสความตื่นตัวอย่างรุนแรงเกี่ยวกับ SMR เสียก่อน ความตื่นตัวนี้ส่วนใหญ่เป็นผลจากความล้มเหลวอย่างหนักของโครงการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบดั้งเดิม ในสหรัฐอเมริกา โครงการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์แห่งเดียวในปัจจุบันคือโครงการโวเกิล (Vogtle) ในรัฐจอร์เจีย […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings