Climate Whiplash คืออะไร? รายงานฉบับใหม่เผยอันตรายจากน้ำท่วมและภัยแล้งในเมืองต่างๆ ของยุโรป

เรียบเรียงจาก https://www.euronews.com/green/2025/03/12/what-is-climate-whiplash-new-report-reveals-dangers-of-flooding-and-drought-in-european-ci นักวิจัยพบว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศทั้งหมดเกิดจากปริมาณน้ำที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป รายงานฉบับใหม่เปิดเผยว่ามหานครที่มีประชากรมากที่สุด 100 แห่งทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากน้ำท่วมและภัยแล้ง การศึกษานี้นำโดยองค์กร WaterAid ร่วมกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยบริสตอลและมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ พบว่าหลายเมืองในยุโรปกำลังเผชิญกับภาวะความแห้งแล้งที่รุนแรงขึ้น ตัวอย่างเช่น กรุงมาดริด เมืองหลวงของสเปน ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 2 จาก 49 เมืองที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง ขณะที่กรุงลอนดอน เมืองหลวงของสหราชอาณาจักร อยู่ในอันดับที่ 44 นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่าเกือบหนึ่งในห้าของเมืองที่ทำการศึกษากำลังเผชิญกับปรากฏการณ์ ‘climate whiplash’ ซึ่งหมายถึงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงระหว่างน้ำท่วมและภัยแล้ง สัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (20 เปอร์เซ็นต์) ได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากสภาพอากาศสุดขั้วประเภทหนึ่งไปสู่อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า ‘climate hazard flips’ศาสตราจารย์คาเทรินา ไมเคียลิดีส ผู้ร่วมเป็นหัวหน้าทีมวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านอุทกวิทยาในพื้นที่แห้งแล้งแห่งมหาวิทยาลัยบริสตอล กล่าวว่า “ผลการศึกษาของเราแสดงให้เห็นว่าสภาพภูมิอากาศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและรุนแรง ไม่มีแนวทางเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่” เมืองในยุโรปกำลังเผชิญกับ ‘climate hazard flips’ รายงานพบว่า เมืองในยุโรปทั้งหมดที่ได้รับการวิเคราะห์มีแนวโน้มแห้งแล้งขึ้นในช่วง 42 ปีที่ผ่านมา ลอนดอน ปารีส เบอร์ลิน สตอกโฮล์ม และอิสตันบูล […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings