ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5)จากโรงไฟฟ้าถ่านหินคือภัยคุกคามสุขภาวะของคนไทย
กรณีการวิพากษ์รายงาน “ต้นทุนชีวิต: โรงไฟฟ้าถ่านหินกับภัยคุกคามต่อสุขภาพของคนไทย” ในประเด็นผลกระทบสุขภาพจากถ่านหินผ่านสื่อต่างๆ และการที่ กฟผ. ยืนยันว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ. มีเทคโนโลยีทันสมัยและการควบคุมมลภาวะที่ดีกว่ามาตรฐานกฎหมาย รวมทั้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศทุกตัวอยู่ในเกณฑ์ดี จึงไม่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอย่างแน่นอน กฟผ. อ้างถึงเรื่องฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน แบบหลบเลี่ยงประเด็นโดยบอกว่า “ฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน(PM2.5) ซึ่งรายงานของ กรีนพีซระบุว่า หากมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่และเทพาจะทำให้เกิดมลภาวะแพร่กระจายข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศนั้น จากการที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินของ กฟผ. ทั้ง 2 โครงการมีมาตรการควบคุม PM10 และ PM2.5 จากแหล่งผลิตตามมาตรฐานสากลโดยได้กำหนดไว้ในรายงาน EHIA ดังกล่าวมาแล้ว ประกอบกับการตรวจวัดค่าจริงในบรรยากาศรอบโรงไฟฟ้าถ่านหินในปัจจุบันของ กฟผ. จึงมั่นใจได้ว่า โครงการทั้ง 2 จะไม่ทำให้เกิดมลภาวะแพร่กระจายตามแบบจำลองของกรีนพีซ…” แท้ที่จริงแล้ว นอกจากฝุ่นละอองแขวนลอยรวม (Total Suspended Particulate Matters-TSP) ไม่มีที่ใดในรายงาน EHIA ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองที่อธิบายเรื่องการควบคุม PM2.5 และการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจาก PM2.5 แม้แต่น้อย! บทความนี้นำเสนอว่า ผลกระทบด้านสุขภาพจากการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่และมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในประเทศต่างๆ ทั่วโลก […]
EHIA?
แต่ไหนแต่ไรมา ถึงแม้ว่าภาคประชาชนและองค์กรพัฒนาเอกชนจะมีเรื่องถกเถียงมากบ้างน้อยบ้าง รับได้บ้างไม่ได้บ้าง ในเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม (EIA) ซึ่งต่อมาได้ผนวกประเด็นด้านสุขภาพเข้าไปกลายเป็น EHIA แต่อย่างน้อยที่สุด สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ก็ไม่เคยตกต่ำถึงขั้นสาหัสเช่นนี้ ดูง่าย ๆ จากคำพูดของนายสันติ บุญประดับ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ออกมารับหนังสือหนังสือคัดค้านรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ (EHIA) โครงการเขื่อนแม่วงก์ว่า “เราทำรายงานเพื่อบอกว่า ดีหรือไม่ดีเท่านั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี” (แ-่ง ตอบได้ทุเรศดีมาก) ฉะนั้นไม่แปลก ที่เราจะได้ยินชื่อเรียก “EHIA” ใหม่ว่า “อีเ-ี้ย” ถือเป็นคำไม่สุภาพอย่างมาก แต่ก็สอดคล้องกับเกียรติภูมิที่ตกต่ำของ สผ. ได้เป็นอย่างดี สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเรียนรู้ “หลักการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม” จากตำราคลาสสิกของอาจารย์ ดร. นาท ตัณฑวิรุฬห์ ปรมาจารย์ผู้วางรากฐานด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ของประเทศไทย ผมจำได้ว่าตำราเล่มนี้ (ซึ่งผมเก็บไว้ในลังเก็บหนังสือและตอนนี้ยังหาไม่เจอ อาจสูญหายไประหว่างการเดินทาง) เขียนถึง Earth Summit ครั้งแรกของโลกที่จัดขึ้น ณ กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดนในปี 2515 (UN Conference on the […]
