แสวงหาทางเลือก : กลยุทธ์ของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อต่อต้านจักรวรรดินิยมและอำนาจนิยม (2)

เขียนโดย : อิกเราะ อะนูกราห์ (Iqra Anugrah) จักรวรรดินิยม ทุนนิยมอำนาจนิยม และหมอกควันแห่งมายาคติทางแนวคิด พลวัตของจักรวรรดินิยมในปัจจุบันทับซ้อนกับแนวโน้มของโลกที่กำลังหันเข้าสู่รูปแบบทุนนิยมอำนาจนิยมและระบบเลือกตั้งที่ค้ำจุนมัน – ซึ่งรวมถึงลัทธิประชานิยมปฏิกิริยาหรือประชานิยมแบบไม่เป็นเสรีนิยม (illiberal populism) ผู้นำอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์, วิคเตอร์ ออร์บาน, ฌาอีร์ โบลโซนาโร และ นเรนทรา โมดี ต่างชนะการเลือกตั้งท่ามกลางกระแสขวาจัดประชานิยมที่กำลังขยายตัว ตั้งแต่พรรคการเมืองขวาจัดต่อต้านผู้อพยพในยุโรป ไปจนถึงขบวนการฮินดูชาตินิยม (Hindutva) และลัทธิอิสลามนิยมในอินเดียและตุรกี ซึ่งล้วนแต่ประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญในทางการเมือง แนวคิดเดิมที่อธิบายปรากฏการณ์นี้โดยโยนความผิดให้กับ “วัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ยังไม่พัฒนา” หรือ “การล่มสลายของฉันทามติของชนชั้นนำ” ไม่สามารถอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้อย่างครบถ้วน ความเป็นอำนาจนิยมระลอกล่าสุดนี้เกิดขึ้นจาก อำนาจทุนที่ขยายตัวโดยไร้การควบคุม การทำให้สถาบันประชาธิปไตยกลวงเปล่า การควบคุมทางการเมืองโดยกลุ่มคณาธิปไตย (oligarchy) และการโจมตีระบบสวัสดิการทางสังคมและนโยบายกระจายรายได้ในทุกรูปแบบ ทุนนิยมอำนาจนิยม (Authoritarian Capitalism) จึงสามารถมองได้ว่าเป็นผลผลิตของการขยายตัวของทุนจากศูนย์กลางผ่านโครงสร้างของจักรวรรดินิยม ระบบนี้เริ่มมีความชัดเจนขึ้นเมื่อ รัฐโพสต์อาณานิคมในโลกใต้ (Global South) ถูกบูรณาการเข้าสู่วงจรทุนนิยมโลกมากขึ้น กระบวนการนี้รุนแรงขึ้นหลังจากที่ขบวนการประชาธิปไตยแบบสังคมนิยมและโครงการปลดปล่อยแห่งชาติเสื่อมถอยลง สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การรื้อทำลายรัฐสวัสดิการและสถาบันทางสังคมหลังปี 1945 โดยพวกเสรีนิยมใหม่ที่ยกย่องกลไกตลาดเสรี […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings